บันทึกภาพ ณ วันนี้ 

 
Photobucket
 
 
        ทว่า...
        ย้อนไป
        ในอดีต เมื่อ 95 ปี ที่ผ่านมา .....
 
 
Photobucket
 
 
 
        สะพานรัษฎาภิเศก หรือ “สะพานขาว” ที่ชาวลำปางเรียกติดปากกันว่า“ขัวหลวง” นั้น ไม่เพียงแต่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนระหว่างสองฝากฝั่งแม่น้ำวัง ทว่ายังมีความสำคัญเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์
 
      สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของนครลำปางในอดีต ที่มีความงดงามด้านสถาปัตยกรรม อันทรงคุณค่าทางจิตใจของประชาชนชาวลำปางมาโดยตลอด
 
      กล่าวกันว่า สะพานรัษฎาภิเศกรุ่นแรกนั้น เป็นสะพานไม้ สร้างในสมัยเจ้าบุญวาทย์ วงษมานิต เจ้าผู้ครองนครลำปางองค์สุดท้าย เพื่อเชื่อมการปกครองแขวงหัวเวียง (สวนดอก)กับแขวงเวียงเหนือเข้าด้วยกัน
 
 
 
 
Photobucket
 
 
 
         นับเป็นสะพานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเลยทีเดียว คือยาวถึง 120 เมตร
 
       สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2436 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที 5 สร้างขึ้นมาเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นที่ระลึกในงานพระราชพิธีรัชดาภิเษกรัชกาลที่ 5 และพระองค์ท่านได้พระราชทานนาม “รัษฎาภิเศก” ให้กับสะพานแห่งนี้
 
       สะพานไม้รุ่นแรกพังลงในปี พ.ศ. 2444 เพราะทนแรงกระแทกจากท่อนซุงจำนวนมหาศาลยามน้ำหลากไม่ไหวเจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิตจึงต้องมีจดหมายไปถึงกระทรวงมหาดไทย ขอพระราชทานเงินมาสร้างสะพานขึ้นใหม่เป็นรุ่นที่สอง
 
 
 
 
Photobucket
 
 
 
       ในครั้งนั้น สะพานรัษฎาภิเศกเป็นสะพานไม้เสริมเหล็ก ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าสร้างเสร็จเมื่อใด มีก็แต่เพียงหลักฐานจากกรมโยธาธิการว่าพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นนครไชยศรีสุรเดช เสด็จมาเปิดสะพานเมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2448 และสะพานรัษฎาพิเศกรุ่นที่สองนี้ พังลงอีกครั้งในปี พ.ศ. 2458
 
      ด้วยประสบปัญหาแบบเดิม คือผุกร่อนไปตามกาลเวลา กอปรกับไม่อาจต้านทานซุงที่บ่าไหลมากับกระแสน้ำได้ วิศวกรกระทรวงคมนาคมที่ไปตรวจดูสะพานรัษฎาภิเศกพบว่าเดือยตัวไม้สำคัญของสะพานผุเปื่อยจนไม่อาจซ่อมแซมได้
 
 
 
 
Photobucket
 
 
 
            จึงมีการเสนอขึ้นไปถึงพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ซึ่งพระองค์ก็ทรงเห็นด้วยเนื่องจากทรงเล็งเห็นว่าสร้างด้วยคอนกรีตนั้น จะมั่นคงถาวรในระยะยาวกว่า
 
          การสร้างสะพานรุ่นที่สามเดินหน้าในปี พ.ศ. 2459 โดยมีพลเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยากำแพงเพชรอัครโยธิน เป็นผู้ควบคุมดำเนินการก่อสร้าง ใช้แรงงานคนในท้องถิ่นเป็นส่วนใหญ่ ส่วนบริษัทและวิศวกรผู้ควบคุมเป็นของเยอรมนี
 
 
 
 
Photobucket
 
 
 
         สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2460 เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กทาสีขาวโดดเด่นสะดุดตาด้วยรูปทรงโค้งคันธนูรวม 4 โค้ง ตั้งขวางเต็มลำน้ำแม่วัง
 
        ที่สำคัญคือ มีสัญลักษณ์ที่สื่อความหมายถึง ความเป็นมาอยู่หลายประการไม่ว่าจะเป็น เสาสี่ต้น ซึ่งตั้งอยู่ตรงหัวสะพานฝั่งละสองต้น เปรียบดังความมั่นคงแข็งแรงและสง่างามพวงมาลายอดเสา บนยอดเสาทั้งสี่ด้านของเสาทั้งสี่ต้น

        เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ครุฑหลวงสีแดง ประดับอยู่กลางเสาด้านหน้าทุกต้น สองฝั่งหัวสะพาน บ่งบอกถึงตราสัญลักษณ์แห่งแผ่นดินสยามสมัยรัชกาลที่ 6
 
        “ไก่หลวง” หรือ “ไก่ขาว” ที่ประดับตรงกลางเสาด้านข้างทุกต้น ทั้งสองฝั่งหัวสะพาน คือสัญลักษณ์ประจำนครลำปาง สื่อถึงสมัยเจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต มีคำว่า “มีนาคม 2460” ปรากฏอยู่กลางเสาด้านในทุกต้น ทั้งสองฝั่งหัวสะพาน บอกถึงวันที่สะพานแล้วเสร็จ
 
 
 
 
Photobucket
 
 
 
 
Photobucket
 
 
 
          คำว่า “สะพานรัษฎาภิเศก” ตรงกลางคานเชื่อมโค้งสะพานคู่แรกทั้งสองฝั่งหัวสะพานบ่งบอก ถึงการได้รับพระราชทานนามนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
 
         สะพานรัษฎาภิเศกยืนหยัดอยู่เหนือแม่น้ำวังอย่างมั่นคง พาตัวเองผ่านพ้นวิกฤตมาอย่างโชกโชน ทั้งเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปี พ.ศ. 2463 ที่ท่อนซุงจำนวนมหาศาลทะยานไหลมากับสายน้ำเชี่ยวกราก
 
         ครั้นเมื่อเจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิตทรงตัดสินใจที่จะระเบิดสะพานทิ้ง ระดับน้ำก็กลับลดลงเรื่อยๆ
 
 
 
 
Photobucket
 
 
 
          และอีกครั้งในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ราวปี พ.ศ. 2485 – 2488 ครูลูซี สตาร์ลิง ผู้อำนวยการโรงเรียนวิชชานารี ในฐานะที่ปรึกษาฝ่ายสัมพันธมิตร ได้ขอยกเว้นการทำลายสะพานรัษฎาภิเศก
 
         โดยเธอให้เหตุผลว่า จุดนี้มีเพียงทหารญี่ปุ่นที่เป็นเสนารักษ์และเป็นย่านโรงพยาบาล ไม่มีผลทางยุทธศาสตร์ใดๆ

         สะพานรัษฎาภิเศกจึงรอดพ้นการทิ้งระเบิดมาได้ แม้ว่าจะโดนกระสุนปืนจากเครื่องบินอยู่บ้าง แต่ก็สามารถยืนหยัดอยู่มาจนถึงทุกวันนี้
 
 
 
 
 
 
 
ข้อมูลจาก
ภาพโดย ทิว แอด ลำปาง
 

Photobucket

Comment

Comment:

Tweet

สวยจังHot!

#10 By ช ม เ พ ลิ น * on 2012-03-31 01:19

เห็นลมเย็น อยากพาใครบางคนไปเดินมั่งค่ะพี่ทิว

confused smile

#9 By ♪『Nakarei_Belle』♪ on 2012-03-30 22:04

สีสวยจังเลย ชอบเมืองเหนือ big smile

#8 By Paa orKant on 2012-03-29 14:29

สวยงาม

#7 By LungDeng on 2012-03-28 13:57

อยากไปเดินเล่น

ดูคน

รับลม : ))Hot! Hot! Hot!

#6 By ' I'm E29AZA ' on 2012-03-27 20:13

แสงไฟยามค่ำคืน สีสันตระการตามากๆ ^ ^

Hot! Hot!

#4 By กังหันลม on 2012-03-27 09:06

ขี่มอเตอร์ไซค์ข้ามไปข้ามมาอยู่หลายรอบ ทราบว่ามีประวัติยาวนาน แต่อย่างไรเนี่ย เพิ่งจะรู้ตอนนี้เองค่ะ เจ๋งเนอะ แล้วสะพานนี้สวยด้วยอะ big smile

#3 By แอ้ on 2012-03-26 22:36

ภาพสวยมากคะ พี่ทิว

ชอบโคมไฟหลากสีแบบนี้มาก สวยแบบเหนือๆconfused smile

Hot! Hot! Hot!

#2 By นกหงษ์หยก on 2012-03-26 22:23

น่าไปจังครับ รู้สึกได้ถึงลมเย็นๆ big smile

#1 By GUMBEAR on 2012-03-26 22:04