เสียงโห่ร้องแห่งการไล่ล่าตามติดอย่างกระชันชิด ฝีเท้าม้ากระทบแผ่นพื้นคละคลุ้งด้วยกลิ่นอายแห่งการฆ่าฟัน ยุทธภพนี้ไม่เคยสงบเงียบ
 
     มันนั่งใคร่ครวญ ทบทวนถึงสาเหตุแห่งการหลบหลีกอย่างเฉียบพลัน แม้จะมั่นใจในสุดยอดวรยุทธที่ได้ร่ำเรียนมาไม่น้อย แต่ท่ามกลางเพลงกระบี่ของเหล่าบุรุษชุดดำ ที่ถาโถมเข้าใส่อย่างสุดกำลังเช่นนี้ หากมัวแต่พิรี้พิไรสับประยุทธอย่างไม่ประเมินในกำลังตัวเอง เกรงว่า คงจะสิ้นชีพลงเป็นแน่แท้ ด้วยวิชาตัวเบาชั้นเลิศซึ่งซือแป๋ได้สั่งสอนไว้ และมันก็รุดหน้าในการฝึกฝนอย่างสุดกำลัง จึงทำให้ไม่เสียทีในกระบวนท่ารุกเร้าอย่างเหี้ยมโหดนั้น
 
     แต่มันจะหลบเร้นในศาลเจ้านี้ได้นานถึงเพลาใด ดูเหมือนเหล่าบุรุษชุดดำยังไม่หนีไปไหนไกลนัก จากเสียงแห่งการควบม้า เสียงโห่ร้องรับกันเป็นทอดๆ กึกก้องในแนวป่า ไม่นาน พวกนั้นคงวกย้อนสู่เส้นทางเดิม และ หากการรอคอยนั้น มาถึง  มันอาจเลี่ยงไม่พ้นที่จะเผชิญหน้ากับการต่อสู้อันดุเดือดอีกครั้ง 
 
...
 
 
             " เจ้ามีนามอันไพเราะอย่างไร ขอให้ข้าได้ทราบชื่อนั้นด้วยเถิด "
 
 
    สิ้นคำเอื้อนเอ่ยไต่ถาม  แก้มของโก้วเนี้ยนางนั้น ก็สุกปลั่งดั่งดอกท้อในฤดูแรกผลิ นางสวมใส่อาภรณ์สีแดงยิ่งเสริมความผุดผาดให้โดดเด่นเกินกว่าหญิงใดในใต้หล้าในสายตาของบุรุษชุดขาว ที่ตัวมันเองก็ยังวัยเยาว์ไม่่ต่างกันนัก
 
 
                  " หากนางปรารถนาให้ข้าได้เป็นผู้บอกชื่อก่อน ก็ยินดี นามอันอ่อนด้อยของข้านั้น คือ อู๋หมิง มีเพียงสองคำโดดๆ ไม่มีชื่อแซ่ เพราะตั้งแต่จำความได้ ก็ถูกเลี้ยงดูโดยซือแป๋ในหุบเขาห่างไกล อันเร้นลับ "
 
    ด้วยท่าทีอันเปิดเผย กอปรหน้าอันแสนคมคายของมัน ไม่ยากเลยที่จะทำให้ ดรุณีน้อยผู้มีอาภรณ์ดุจดั่งดอกท้อแรกบาน จะปฏิเสธไมตรีจิตแห่งวาจาในครั้งนี้
 
 
                  " เช่นนี้ เองเจ้าจึงมีชื่อว่า นิรนาม ข้ามีนามว่า หมิงเพ่ยอิง "
 
 
      สิ้นคำบอกเล่าของหญิงสาว ในใจของบุรุษหนุ่มก็สั่นสะท้านขึ้นมา นั้นหาใช่เพราะใบหน้าอันงดงามเพียงอย่างเดียวไม่ แต่แซ่ หมิง อันหมายความถึง พระอาทิตย์ ที่เฉิดฉายบารมีไปทั่วทั้งยุทธภพ ก็คือ ชื่อแซ่แห่งประมุขพรรคมาร ที่ผู้คนเกริ่นเกรง มิมีผู้ใดหาญกล้าไปต่อแย
 
      เช่นนี้เอง สาวน้อยดรุณีนางนี้ ถึงได้อาจหาญมาเที่ยวท่องในโรงเตี๊ยม อันคลาคล้ำไปด้วยบุรุษผู้มีนิสัยหยาบกร้าน ซึ่งตั้งวงร่ำเสพเมรัยเมามาย ไม่หวั่นเกรงภยันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในทุกเมื่อ อย่างสถานที่อโคจรในยามค่ำคืนเช่นนี้
 
                                   " เจ้าคิดอะไรอยู่หรือ ? "
 
 
         หมิงเพ่ยอิง ถามบรุษหนุ่ม ถึงสาเหตุที่มันนิ่งเฉย เมื่อได้ยินชื่อแซ่ของนาง
 
                                 " ปะเปล่า หามีอันใดไม่  "
 
 
         มันล่ะสายตาจากโคมแขวนอันส่องสว่างริบหรี่ ผู้หาญกล้าทายท้าแสงจันทร์คืนเพ็ญกระจ่างตา พยายามกลบเกลื่อนความวิตกที่เกิดขึ้น เรียกสติด้วยบุปผชาติประดับแจกันบนโต๊ะ มอบให้ดรุณีน้อยอย่างเฉียบพลัน ด้วยความคิดที่ว่า หากไม่เข้าถ้ำเสือแล้ว จะได้ลูกเสือเยี่ยงไร

 
                      " ใบหน้าเจ้างามยิ่งนัก โดดเด่นสมนาม ดุจดั่งจันทร์เพ็ญ ในราตรีนี้  "
 
 
 เหตุแห่งเรื่องเล่าอันหอมหวลยาวนาน ก่อตัวเริ่มขึ้นแล้ว ท่ามกลางความยุ่งยากที่ไกลเกิน จะนึกถึงผลของมัน
 
.....
 
 
       ดูเหมือนว่าเรื่องรัก หากมันจะเกิดขึ้นล้วนไม่นำพาเหตุผลใดๆ ด้วยวัยที่ต่างแสวงหาความหมายบางอย่างในใจลึกๆ ของคนทั้งคู่
 
      แม้อู๋หมิงจะทราบดีว่า ประมุขพรรคมารซึ่งเป็นบิดาของโก้วเนี้ยนางนี้ เป็นผู้ปลิดชีพบิดาของตนในกาลก่อน ความแค้นก็รุ่มเร้าอยู่ภายใน แต่ไฉนเลยเพียงแค่สบเนตร และพักตร์อันอ่อนหวาน กระบี่ของมันกลับอ่อนนุ่นในฝักถึงเพียงนี้ หรือนี้คือความสงบเงียบอันเฉียบคม อันซือแป๋ไม่เคยแนะสอนมันไว้ 
 
      ครั้นก่อเกิดขึ้นแล้ว คล้ายดอกไม้ที่ผลิบานเงียบงัน ในป่าไผ่ พงอ้อ แห่งสระน้ำบนสรวงสวรรค์
 
    นั้นอาจกล่าวได้ว่า 
 
      ความรักนับเป็นสิ่งประหลาดพิสดารมากที่สุดในโลก ยิ่งเผชิญอุปสรรคอันยากแค้นมากมายเพียงไร ดอกผลที่ผลิออก ก็ยิ่งหอมหวานยืนนาน เพียงนั้น 
 
....
 
        ท่ามกลางบรรยากาศแห่งการพลอดรัก ในสถานที่เปลี่ยวร้างแต่ทว่างดงาม ซึ่งทั้งสองลอบพบกันในกาลต่อมา ย่อมไม่พ้นสายตาของศิษย์พี่ร่วมสำนักที่แอบชื่นชมเพ่ยอิงอย่างที่นางมิรู้ตัว ท่ามกลางความริษยาและอาฆาตมาดร้าย ไม่นานการสั่งห้ามเด็ดขาดจากบิดาของนาง ก็เกิดขึ้น
 
....
 
       ภยันตรายที่อุบัตินั้น มันเองไม่รู้ว่าเพราะเกิดจากตัวเอง หรือชะตากรรมบันดาล ตามลิขิตสวรรค์ มันลืมสิ้นกระทั้ง คำสั่งเตือนของซือแป๋ ว่า อันตรายอันหาที่สุดมิได้นั้น หาใช่จากกระบวนท่าอันซับซ้อนของสุดยอดเคล็ดวิชาแห่งศัตรูที่ได้ประมือไม่ กลับเป็นเพียงอิสตรีหน้าหวาน ใครสักคน ..แต่ไฉนเลยจะรู้อะไรไกลลำ้ลึกเพียงนั้น จะด้วยวัยวันก็ใช่
 
       บัดนี้ เวลาทุกโมงยาม มีแต่การรอคอยอย่างกระวนกระวายใจเท่านั้น
 
       จันทร์ข้างแรมคล้อยเคลื่อนแสงนวลบางเบา สาดไร้จุดหมายดุจดั่งชีวิตของมัน นอกจากความแค้นที่บัดนี้ ไม่นึกถึงนำพาแล้ว  มองเห็นแต่ชีวิตอันสงบเงียบ แห่งเคหะสถานอันไร้กระบี่ ณ บึงน้ำกลางป่าลึกที่ไหนสักแห่ง ที่อู๋หมิงปรารถนาครองคู่กับหมิงเพ่ยอิง ใช้ชีวิตอันหลีกเร้นจากยุทธภพอันแสนหน่าย
 
      ศาลเจ้าร้างถูกปลุกให้ตื่นจากภวังค์ เมื่อมีบุรุษในชุดดำร่างหนึ่ง เผยปรากฎที่หน้าต่าง มันจำท่าร่างอรชรนั้นอันแสนคุ้นตาได้อย่างดี แม้มิได้สวมอาภรณ์แดงอันโดดเด่นดั่งเช่น ในวันแรกเห็น
 
 
                    " ข้ามาช้า ด้วยกว่าจะหนีออกมาได้ ต้องหลอกล่อเจี่ยเจีย(พี่สาวคนโต) ตั้งนาน "
 
      กล่าวจบ นางรีบปลดผ้าคลุมออก เผยให้เห็นวงหน้าอันหมดจดงามงด
 
 
            " เจ้าแน่ใจเหรอ ที่จะไปใช่ชีวิตกับข้า หลีกเร้นจากยุทธภพนี้ สู่ความสงบเงียบ "
 
      อู๋หมิงกล่าวคำถามสุดท้ายเพื่อชั่งใจ หญิงคนรักอีกครั้ง 
 
 
             ..นางโผเข้ากอดมัน แทนคำตอบใดใด ...
 
 
 
 
             Photobucket
 
 
 
 
      แต่ความสุขแห่งเยาว์วัย หรือเพียงแต่ การที่บุคคลผู้มีชื่อ หรือแม้ไร้ชื่อ หากก้าวเท้าสู่ยุทธภพแล้ว ยากยิ่งที่ใครจะถอนตัวออกไปได้ ไม่ใช่เพราะตัวมันเอง แต่เพราะเหล่าบุรุษอันเหี้ยมโหดที่ควบอาชาเพื่อไล่ล่ามัน อยู่ในยามนี้ต่างหาก
 
      ที่บัดนี้เสียงฝีเท้าอันเร่งเร้ากระชันกระทบพื้น ดังก้องใกล้เข้ามายังศาลเจ้าร้างแห่งนี้แล้ว 
 
....
 
 
 
             เสียงนั้นดังหนัก และเบาสลับกัน แต่แล้วก็มีบางเสียงหนักแน่นยิ่งกว่าฟ้าคำราม ดังขึ้นแทรกเสียงควบม้าและฝีเท้าของเหล่าจอมยุทธแห่งพรรคมาร
 
 
            " อู๋ เลิกอ่านนิยายจีนได้แล้ว แม่จะออกไปข้างนอก ล้างจานเลย เดียวนี้ ! ถ้ากลับมากองจานยังอยู่ เดียวให้พ่อชำระแค้นด้วยไม้เรียวแน่ "
 
 
  เสียงฝีเท้าของม้า กลายเป็นเสียงเคาะตอกตะปู จากไซด์งานก่อสร้างในซอย ซึ่งดังไม่ไกลจากบ้าน แผ่วจางลง
 
           เด็กหนุ่มวัย 17  ปีต้องชะงักงันในบัดดล ตัดใจวางหนังสือลง ไม่ใช่เพราะเสียงร้องดุเตือนจากผู้เป็นมารดา แต่กลับเป็นเสียงก้องลึกจาก ' ใจ ' ของตัวเอง เมื่อสายตาเหลือบไปเห็น น้องอิง เด็กสาวที่มันเที่ยวตามจีบอยู่ในวันไม่นานนัก กำลังจะเดินผ่านหน้าบ้าน
 
         อู๋ รีบเร่งตะโกนออกไป ด้วยความดีใจเฉพาะหน้า
 
                    "  อิง  แต่งงานกันมั้ย เราหลีกเร้นจากยุทธภพนี้ กันเหอะ 
 
 
 
        สิ้นเสียงของนักอ่านนวนิยายจีนมือหนึ่ง ผู้มักชมชอบหลีกเร้นจากโลกปัจจุบัน มีเสียง " เฮ !! " รับพร้อมกันจากเหล่าบุรุษในชุดดำที่กำลัง ฉาบ-เทปูน อยู่ไม่ไกล
 
       พร้อมทั้งปรากฎเสียงแทรก จากดรุณีน้อยผู้มีแก้มสุกปลั่งดั่งดอกท้อแรกผลิ ผู้มีนามว่า อิง ตะโกนตอบโต้ซัดเป็นอาวุธลับผ่านหน้าต่าง เข้ามา สู่โสตประสาทของมัน ด้วยความขวยเขินว่า 
 
 
                                                                " บ้า ! " 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

surprised smile embarrassed

#17 By Washer Washing (58.8.62.234) on 2012-01-07 13:13

open-mounthed smile sad smile

#15 By ปิยะ99 on 2011-07-04 19:14

อินมากไปซะแล้วหนุ่มน้อย ..>.<

..ชีวิตจริง ไม่ง่ายเหมือนนิยายกำลังภายในของจีนหรอกจร้า..Hot! ^ ^
แล้วท่านยังรีรออันใดอยู่เล่า ! Hot!

#13 By keaaaa on 2011-07-02 11:51

โอวววว Hot! Hot! Hot! ให้ sound effect

#12 By utopui on 2011-07-02 11:41

นี่คงเป็นวิชาเคล็ดลับขั้นสุดยอดที่มิอาจต้านทาน

อู๋ เลิกอ่านนิยายจีนได้แล้ว แม่จะออกไปข้างนอก ล้างจานเลย เดียวนี้ !

นิยายเจ๋งมากชอบค่ะHot!

#11 By fonnie0116 on 2011-07-01 23:22

หากก้าวเท้าสู่ยุทธภพแล้ว ยากยิ่งที่ใครจะถอนตัวออกไปได้ หากก้าวสู่ห้วงรักแล้ว ยากยิ่งกว่าถอนตัวออกจากยุทธภพ

อาวุธลับปักเข้ากลางใจ big smile Hot!

#10 By 40reborn on 2011-07-01 22:07

Hot! Hot! Hot! บ้า ! cry

#9 By Messarin on 2011-07-01 17:23

เห็นหัวข้อเอ็นทรี่เป็น "อาบรัก..กระบี่คม" 555 question

#8 By Seam - C on 2011-07-01 11:23

รีบเร่งจัดงานเถิดท่าน...

จะช้าอยู่ไย...

เดี๋ยวกองทัพมารตามมาทัน...

confused smile
ถ้าโดนอย่างนี้จริงๆ แม่นางตอบว่า บ้า คำเดียวยังน้อยไปค่ะ ฮ่าๆๆๆ

#6 By แอ้ on 2011-07-01 07:21

อาวุธที่แม่นางสาดให้ข้า เป็นอาวุธที่เคลือบด้วยรอยยิ้ม
Hot! Hot! big smile

#5 By บ้านชาวนา on 2011-06-30 23:32

Hot! เม้นต์รอบสอง

เป็นสำนวนนิยายจีนที่ละมุ่นหวานมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมา ฮ่าฮ่า หนูชอบประโยคนี้มาก

"ผู้มักชมชอบหลีกเร้นจากโลกปัจจุบัน "

มันปักฉึกเข้าไปในใจ เหมือนโดนอาวุธลับที่รวดเร็วที่สุดในใต้หล้านี้ซัดเข้าให้ที่กลางใจ

#4 By ♪『Nakarei_Belle』♪ on 2011-06-30 22:56

Hot! Hot! Hot! Hot!

อ่านเพลิน เรื่องนี้สนุกคะ

ยุทธภพ...

อ่านแล้วนึกถึงนิยายจีนของ โกวเล้ง

เคยอ่านของพ่อ พ่อชอบอ่านนิยายจีนกำลังภายใน

สนุกมากคะbig smile big smile

---------------------------

#3 By YiM-YiiM on 2011-06-30 22:06

โดนอาวุธลับนามว่า "บ้า" แสกหน้าเข้าอย่างจังเลย big smile

ในเมื่อบัณฑิต ทิว แอด ไฟน์ ร่ายประโยคได้ดี ซ้ำดนตรีไฟเราะ เยี่ยงนี้ไซร้ ...

โปรดรับดาวแดงจากข้าน้อยด้วย Hot!

#2 By Photo Haiku on 2011-06-30 22:02

หนุยังอ่านไม่จบ แต่แว๊บมายล พอได้ยินเสียงเจิงแล้วจะเป็นลมตาย ภาออกจะดี อย่าได้ถล่มตนไปเลยท่าน
อู๋หมิง

นิดนึงพี่ทิว ซือแป๋ มันเขียนแบบนี้ไม่ใช่หรอ เดี่ยวมาอ่านต่อนะค่ะ

#1 By ♪『Nakarei_Belle』♪ on 2011-06-30 21:54