ยาสึนาริ คาวะบาตะ นักเขียนชาวญี่ปุ่นคนแรก ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม(ปี 1968) ได้กระทำอัตวินิบาตกรรมด้วยการรมแก๊สตัวเอง(ปี 1972) เขาไม่เคยทิ้งข้อความหรือบันทึกใดๆ ที่บ่งบอกก่อนหน้า ทั้งยังไม่เคยนำเสนอ แนวคิดเกี่ยวกับการทำลายชีวิตตัวเองในงานเขียนเลย แนวทางของเขากลับถูกเรียกว่า 'new impressions' ด้วยซ้ำ นี้คือความลึกลับ อันแฝงเร้นแบบญี่ปุ่น(อย่างหนึ่ง) เช่นเดียวกับความลี้ลับของธรรมชาติกรณีธรณีพิโรธ  9 ริกเตอร์ ที่นักวิชาการคาดการว่า มันควรจะเกิดขึ้นในอีก 20-30 ข้างหน้า ทว่ามันก็ประทุขึ้นอย่างไม่ให้ตั้งตัว

       ในความไม่สบายกายไม่สบายใจเกินหยั่ง ธรรมชาติกลับสร้างชนชาติที่แข็งแกร่งที่สุด ล้มแล้วลุก ได้ทุกครั้ง อะไรนะ? คือ ความดีงามอันเข้มแข็งนั้น ใช่ไหมว่า คือ การมองเห็นว่าพระอาทิตย์จะส่องแสงแรก ณ ดินแดนแห่งนี้ เสมอ


       

 
       จะมี บทละคร ภาพยนตร์ หนังสือ อีกมากที่จะขับเคลื่อนตัวมันเอง ในฉากแผ่นดินไหวครั้งนี้ ทั้งฉาก มิยางิ อิวาเตะ เซ็นได โตเกียว และอื่นๆ  ด้วยประเทศนี้ มี เรื่องเล่า อันทรงพลัง (และคนที่คอยรับ-ส่ง)อยู่เสมอ จึงขอนำเสนอ ภาพรวม"ความเป็นญี่ปุ่นร่วมสมัย"  7 เล่ม 7 รส อันคละคลุ้งด้วยวาซาบิที่ร้อนแรง ความอบอุ่นของมิโซะซุป เชิญมาชิมร่วมกัน แล้วจับมือร่วมทาง ต่อไปใน 'รอยยิ้ม'  อันพริ้มพรายแม้ทุก(ข์)ย่างก้าว

 ........

  

 

 

      Photobucket
 

ไหม : อเลซซานโดร บาริกโก : สำนักพิมพ์ผีเสื้อ : 119 บาท

 

          เวลานั้นญี่ปุ่นตัดขาดจากมนุษยชาติอย่างสิ้นเชิงตลอดสองร้อยปี องค์จักรพรรดิห้ามทั่วเกาะมีเสากระโดงเรือเกินหนึ่ง เพื่อตัดการเดินทางออกนอกอาณาเขต ใครฝ่าฝืนหมายถึงโทษประหาร เดือนมิถุนายน ค.ศ.1853 นายพลแมตธิว ซีเพอร์รี่ บุกอ่าวโยโกฮามา ด้วยปืนไฟและเรือขับเคลื่อนด้วยไอน้ำ แต่ก่อนชาวญี่ปุ่นไม่เคยเห็นเรือทะเลแล่นต้านลม แต่มันก็เปลี่ยนไปตั้งแต่บัดนั้น 

      แอร์เว ฌองกูร์ เดินทางอ้อมโลกมาเพื่ออะไร แน่นอน 'ไหม ' สร้างความร่ำรวยให้กับเขา และบางสิ่งนั้นเองสร้างความลุ่มหลงอันงงงวยในเสน่ห์เฉพาะ ราวกับภาพเขียนญี่ปุ่นยุคเอะโดะ หรือ บทกวีไฮกุ อันนิ่งงันในความประหยัดถ้อยคำ หรือ ราวกับผ้าทอมือแห่งกิโมโนอันวิจิตรเย้ายวนที่แฝงไปด้วยความลึกลับ ชวนหาความหมายในสิ่งนั้น

      มันเป็นเรื่องราวปรัมปราที่ว่า ด้วย การเดินทาง ซึ่งบาริกโกถนัด และสร้างชื่อให้เขา ภาษาที่กระชับ กลับละเมียดไปด้วยรู้สึกที่ล่องลอย ในอณูที่มีช่องว่าง(แบบญี่ปุ่น) ชี้ชวนให้คิดไปไกล ไกลกว่าเพศรส(แสนลี้ลับ)อันพาชายคนหนึ่งเสี่ยงชีวิตเพื่อกลับไปหา 'คำตอบ' อันแฝงเร้นนั้น

      เขากล่าวว่า "เป็นแค่เรื่องรัก แต่หากมีเพียงนั้นก็จะไม่ควรค่าแก่การนำมาเล่า ในเรื่องมีความปรารถนา ความเจ็บปวดซึ่งคุณรู้ดีที่สุด แม้จะถ่อมตนว่า เป็นเรื่องเล่าในศตวรรษที่ 19 ดังนั้น จึงไม่มีใครคาดหวังถึง เครื่องบิน เครื่องซักผ้า และ นักจิตวิทยา ไม่มีทั้งสิ้น" ..แต่ นวนิยายขนาดสั้นเรื่องนี้ กลับนำพาเราไปไกล จนสุดเขตแดนใจ ยันอาทิตย์อุทัยเกินหยั่ง

 

 

 

                
 
Photobucket
 

รักไม่เต็มร้อย : จุนนิชิโร ทานิซากิ : สนพ.บ้านหนังสือ : 150 บาท

              

        แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2466 ทำลายโตเกียว และโยโกฮามาย่อยยับ จุนนิชิโร่ ทานิซากิ  เขียนไว้ขณะอาศัยอยู่บริเวณเทือกเขามาโคเนะ ทางใต้ของโยโกฮามา ว่า " ตอนนี้พวกเขาเนรมิตให้โตเกียวมีหน้ามีตา ผมย้อนนึกถึงความสุขที่ผ่านมาในชีวิต ความมืดทะมึนของเมืองหลวงเก่าสิ้นสุดไปแล้ว เมืองใหม่กำลังอุบัติขึ้นแทน มันจะครึกโครมคลาคล่ำไปด้วยเสียงแตร และไฟหน้ารถวูบวาบ เสียงร้องโหวกเหวกของคนเดินถนน สีสันอันสดใสของร้านเสริมสวย และความมโหฬารของแหล่งอาบอบนวด " ผลงานของเขาแสดงเจตจำนงค์ในการดำรงไว้ซึ่งจิตวิญญานแบบเก่า ด้วยท่วงทำนองแบบตะวันตก (ได้รับอิทธิพล จาก เอ็ดการ์ อลันโป,บูเดแลร์,ออสการ์ ไวด์ มากกว่านักเขียนญี่ปุ่นรุ่นเก่า)

        รักไม่เต็มร้อย คล้ายบันทึก และคำสารภาพส่วนตัวของทานิซากิ เป็นเรื่องของความขัดแย้งทางวัฒนธรรม การปะทะกันของสองสิ่งแห่งยุคสมัย ศูนย์กลางของเรื่องอยู่ที่ชีวิตสมรสระหว่างคนสองคน ซึ่งไม่สนใจกันและกัน โดยเฉพาะความสัมพันธ์ทางเพศ มันคือ ความคลุมเครือในความเป็นญี่ปุ่น ทั้งลึกลับชวนให้ค้นหาและน่าฉงน

        แบบที่เขาสรุปว่า "เราถือว่ารูปแบบที่ดี คือให้มีแผ่นกระดาษบาง คั่นระหว่างข้อเท็จจริงหรือวัสดุ กับคำอธิบายสิ่งนั้น" บางที สุภาษิตญี่ปุ่นที่จั่วหัวหนังสือเล่มนี้ อาจสรุปความได้ดีที่สุด นั้นคือ "หนอนแต่ล่ะตัวชอบแต่ล่ะอย่าง บางตัวชอบใบตำแย"(ทำไมไม่ชอบใบหม่อน?)

 

 

  

 
 
Photobucket
 

โตเกียว โตเกียว : anchalee : booktailor : 228 บาท

 

         ผมไม่ค่อยชอบไกด์บุ้ค ด้วยความ(คิดว่า)ไม่จำเป็น เพราะไม่ได้ออกเดินทางไปตามที่เขาแนะนำ หรือ ด้วยความรู้สึกว่า หนังสือประเภทนี้เขียนไม่ยาก(แต่เขียนให้ลึกนั้นยาก) ผมได้รับหนังสือเล่มนี้จากการอภินันทนาการของหญิงสาวจากแดนปลาดิบคนหนึ่ง(ไม่ใช่มิยาบิแน่ๆ ไม่ต้องตกใจ) เหตุผล ตอนนั้น เพราะเธอไปสืบทราบมาว่า ผมนั้นชอบญี่ปุ่น ส่วนจะชอบอย่างไร แบบไหนนั้น ก็ได้แต่คิดว่า เธอคงเดาไปไกล จนอยากให้ผมใช้หนังสือเล่มนี้ ใช้เป็น คู่มือ เดินทางไปโตเกียวซะเลย

       หนังสือท่องเที่ยวบางเล่ม มันลุ่มลึกยิ่งกว่าการเดินทางเที่ยวท่อง แต่เล่มนี้ผมชอบตรง ความซื่อสัตย์ในการเล่าอย่างตรงไปตรงมา ละเอียด อย่างที่เราจะได้กลิ่นแม้ยังไม่ไปถึง ขนาดที่ แทบจะบอกด้วยซ้ำว่า  (ประตู)รถไฟ JR ในโตเกียวแต่ล่ะสถานีจะเปิดฝั่งไหน ตรอกซอกตึกไหนมีอะไร ทุกอย่างของความเป็นญี่ปุ่น ทั้งรีบเร่ง และช้าๆ ความมีชีวิตชีวา เสน่ห์ รสนิยม ศิลปะ แฟชั่น แพงสุด ยันถูกสุด  แม้กระทั่งเรื่องอย่าง Paper box house บ้านกล่อง สำหรับคนไร้ที่พักพิง(แบบเลือกเอง) ในย่านชินจูกุ

       อาจพูดได้ว่า หากเราจะเขียนเรื่องสั้น เกี่ยวกับญี่ปุ่นหนังสือเล่มนี้ ก็ให้ได้ทุกพล็อตในทุกสภาพอากาศ(ไม่เฉพาะแค่โตเกียว)  ผม ชอบคำนิยมที่เสียดสี Lost in translation เรื่องที่ตัวละครคุยกับใครไม่รู้เรื่อง แล้วเลือกที่จะหมกตัวในห้องพัก โดยไม่ออกไปสัมผัสเรื่องราวรอบตัว เพราะนี้คือเมืองที่ปลอดภัย และมีสีสันเมืองหนึ่งของโลก " ผมเคยถามคนขายของ เนื่องจากอธิบายเป็นภาษาอังกฤษไม่ได้ เธอจึงทิ้งร้านแล้วพาผมเดินลัดเลาะเกือบกิโลจนถึงจุดหมาย แล้วเธอก็รีบกลับไปเฝ้าร้านต่อ " อ่านแล้ว อยากไปหาเธอที่โตเกียว ต่อให้สีสัน(ของเมือง)อาจซีดจางกว่าที่เคย ก็น่าไป(เที่ยว)ค้นหาอยู่ดี ว่าไหม?

 

 

 

 

 
 
Photobucket
 

โตเกียว ทาวเวอร์ แม่กับผม และพ่อในบางครั้งคราว : ลิลี่ แฟรงกี้ : แพรวสำนักพิมพ์ : 210 บาท