ในโลกวัตถุนิยม มันคือโลกที่ มนุษย์ ใช้ วัตถุ ยืนยันถึงการมี ตัวตน จึงไม่แปลกถ้าจะมีคนไปกางเต็นท์รอ เพื่อซื้อไอโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจนเป็นข่าวเกรียวกราวไปทั่วโลก หรือผู้หญิงญี่ปุ่นยอมเข้าแถวต่อคิวเป็นวันๆ เพื่อซื้อกระเป๋าหลุยส์-วิตตอง เพราะสิ่งเหล่านั้นมันยืนยันความเป็นตัวเขาได้"
       
            “ผมจึงคิดว่า การที่เราจะบรรยายถึงใครคนหนึ่ง เราไม่จำเป็นต้องพุ่งตรงไปที่ตัวเขา แต่เราพุ่งไปที่ ของ ของเขา มันก็น่าจะทำให้เรามองเห็น ตัวตน คนๆ นั้น ได้มากขึ้น
                            


 

 

       ผมรู้จัก อนุสรณ์ ติปยานนท์ เริ่มแรกจาก ลอนดอนกับความลับในรอยจูบ นิยายขนาดสั้น ที่สั่นไหวอารมณ์ผู้คนร่วมสมัย จากนั้นในเวลาไม่นาน เขาก็ถูกขนานนามว่า เป็น มูราคามิเมืองไทย ดูเหมือนตัวเขาเอง ก็ไม่ปฎิเสธกับสมญานามนี้ แถมยังเป็นคอหนังสือ ฮารูกิ มูราคามิ(ตัวจริง)คนหนึ่ง ถึงกับวิเคราะห์เป็นฉากๆ ดังนี้

 

 

          ในมุมมองของผม ความกลวงเปล่ามันเป็นภาวะที่น่ากลัวนะ เหมือนกับเรารู้สึกว่าข้างในตัวเรา มันมีหนังสือที่ถูกหยิบ ออกไปจนหมด เหมือนที่ ฮารูกิ มูราคามิ เคยพูดไว้ในนวนิยายของเขาเรื่อง คาฟกา ออน เดอะ ชอร์ ที่คาฟกาบอกว่าตัวเองเหมือนห้องสมุดขนาดใหญ่ แล้วมีคนยืมหนังสือไปจนหมด ซึ่งผมรู้สึกว่า มันเป็นคำเปรียบเทียบที่ชัดเจนมากเลย

 

 

 

         “เรื่องเพศในงานของมูราคามิไม่ได้สวยงาม บางครั้งมันดูน่าขยะแขยงด้วยซ้ำ ยกตัวอย่างเรื่อง "นอร์วิเจียนวู้ด" ตัวละครไปทำอะไรกันในสถานบำบัดแล้วก็มาฟังเพลงเดอะ บีทเทิลส์ คือหลายครั้งมันทำให้เรารู้สึกชวนคลื่นเหียน แต่ไอ้ภาวะเหล่านี้แหละ ที่มันทำให้รู้สึกว่า มนุษย์เราไม่มีทางออก เป็นเซ็กส์ที่ไม่มีทางออก ผมว่านี่คือเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้เราคอยเอาใจช่วยตัวละครของมูราคามิอยู่เสมอ เพราะพวกเขาเหล่านั้นเป็นผู้แพ้ เป็นคนอ่อนแรง"


        
            "ยกตัวอย่างใน
"เซาท์ ออฟ เดอะ บอเดอร์ส" ตัวเอกของเรื่องมีรูโหว่ในหัวใจอยู่ตลอดเวลา ว่าตราบใดที่เขาไม่ได้พบกับหญิงสาวที่ขาพิการคนนั้น ชีวิตของเขาก็ไม่สามารถที่จะเติมเต็มได้ ตัวละครจึงตั้งเป้าไว้ตลอด ไม่ว่าจะทำอะไร จะ เปิดบาร์ เปิดคลับ มีทุกอย่างครบแล้ว ก็ยังทำทุกวิถีทางที่จะเจอผู้หญิงคนนั้น แต่ตอนจบก็ไม่ได้บอกเราอย่างชัดเจนว่าเขาได้เจอกับผู้หญิงคนนั้นจริงๆ หรือเป็นแค่ความคิดฟุ้งฝัน มูราคามิฉลาดมาก ที่จะพาเราตามตัวละครไปจนถึงที่สุด เพื่อที่จะพบว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด"

 

 

 

      กลุ่มที่ 1

 

เงาแห่งฝน

สเปอร์มาโตซัว

IBERRY

หิมะกัด

 

 

       กลุ่มที่ 2

 

ปืนน้ำ

ตำนานน้ำตา

ตาน้ำแหล่งสุดท้าย

นัยยะแห่งน้ำ

 

 

       คุณจะสังเกตเห็นได้ว่าในชื่อเรื่องสั้นกลุ่มแรกจะไม่มีคำว่าน้ำแทรกอยู่ในชื่อเรื่องเลย ในขณะที่จากชื่อเรื่องสั้นกลุ่มหลัง จะมีคำว่าน้ำแทรกอยู่ในชื่อเรื่องไม่ตรงใดก็ตรงหนึ่ง

 

      ผมถูกดึงดูดเข้าสู่การวิเคราะห์ของหญิงสาวเบื้องหน้าช้าๆ

 

 

      ในเรื่องสั้นกลุ่มแรก ตัวละครใดตัวละครหนึ่งจะหายสาบสูญไปจากฉากหรือเรื่องราว........................ในขณะที่เรื่องสั้นกลุ่มที่สอง ตัวละครเอกจะออกค้นหาความจริงหรือบางสิ่งอย่างคลั่งไคล้ไหลหลง ชายหนุ่มผู้หลงไหลปืนฉีดน้ำ ผู้คนที่ตามหาต่อน้ำตา หรือนักเขียนผู้สูญเสียความทรงจำ   

 

                                                  บทวิเคราะห์เรื่อง H2O จากตัวละคร นัยยะแห่งน้ำ

 

 

 


           
        แม้ เคหวัตถุ จะเป็นงานรวมเรื่องสั้นที่ได้รับการยกย่องอย่างสูง จนเข้ารอบสุดท้ายซีไรท์ แต่ผมกลับชอบ H2O เล่มนี้มากกว่า เนื่องเพราะมีอารมณ์ของตัวละครอยู่สูง มีการออกแบบเฉพาะตัว จนเป็นก้อนเดียวกัน มีเอกภาพในเรื่อง (น้ำ) ชัดเจน

 

 

 

        อย่างไรก็ตาม Plot ไม่สำคัญสำหรับ เรื่องราว ที่เขาพยายามให้สัมผัสกับอะไรบางอย่าง มากกว่าจะมุ่งเน้น ที่การ รู้เรื่อง 

        ดังที่เขากล่าวไว้ว่า

 

  ตัวละครของผมมันกลวงเปล่ามาตั้งแต่ต้นแล้ว เพราะเวลาผมสร้างตัวละครขึ้นมา ในขณะเดียวกันนั้นผมก็ถือยางลบอยู่ในมือด้วย ผมเขียนไปผมก็จะลบตัวละครผมไปด้วยเรื่อยๆ จนกระทั่งมันหายเข้าไปในพล็อต      

 

      คุณจะรู้สึกกระหายน้ำ เมื่อได้อ่าน ‘ H2O ปรากฎการณ์แตกตัวของน้ำบนแผ่นกระดาษ              

 

 

อ้างอิง http://www.boybdream.com/manager-news-content.php?newid=75900

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

น่าสน น่าสน

#1 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2009-10-04 19:57

โอยยย โดนล่อลวงตั้งแต่ลอนดอนกับความลับในรอยจูบ ยังไม่ได้อ่านเลยTT^TT

น่าอ่านจังสำหรับเรื่องนี้

#2 By THEBEE on 2009-10-04 20:00

อ่านรีวิวแล้วก็หิวH2O

#3 By mammoz on 2009-10-04 21:02

ภาพบนดูผ่านๆผมนึกว่าไข่ดาวsad smile

#4 By iQ180 on 2009-10-04 21:17

เมื่อน้ำถูกหยดลงบนกระดาษ น้ำก็ซึมผ่านลงในเนื้อกระดาษตามธรรมชาติของน้ำ และตามธรรมชาติของกระดาษ มีเพียงความรู้สึกของคนที่ใจหายกับน้ำที่ค่อยๆหายวับไป และก็มีเพียงความรู้สึกของคนที่เสียดายกับกระดาษที่เปียกที่บิดแอ่น พร้อมเปื่อยขาดได้อย่างง่ายดาย ....น้ำในความหมายของคนเขียน นั้นผมเดาว่าน่าจะเป็นน้ำหมึกบนกระดาษ ทิ้งร่องรอยเรื่องราวไปสู่ผู้คน

แม้นตัวละครจะกลวงและว่างเปล่า ก็เช่นเดียวกับผู้อ่านที่หยิบหนังสือมาอ่านด้วยความกลวงเปล่า กลวงเพราะไม่รู้เรื่องในหนังสือถึงหยิบมาอ่าน... เปล่าเพราะว่าง ว่างแล้วถึงจะบรรจุเรื่องราวลงในตัวผู้อ่านได้ แท้จริงตัวละครลอยล่องในจินตนาการผู้เขียน โบยบินลงมาสู่หนังสือ แล้วโผเข้าหัวใจผู้อ่าน แท้จริงตัวละครอยู่ที่ไหนกันแน่...ในหนังสือ ในใจผู้อ่าน หรือปลายปากกาผู้เขียน

ตัวละครอยู่ที่ไหน อยู่ที่เรารับรู้การดำรงอยู่ของตัวละครที่ใคร...ผู้เขียน ผู้อ่าน....
ไม่ได้แวะเวียนมาบล็ิอกที่ผมชอบมาก ด้วยเหตุจำเป็นส่วนบุคคลที่พรากเวลาพรากชีวิตส่วนหนึ่งไป แต่ยามนี้ขอกลับมาเยี่ยมเยียนสหายผู้มอบเรื่องราวให้ขบคิดเห็นชีวิตในมุมที่ไม่เคยพบผ่าน
หวัดดีครับคุณทิว สบายดีนะครับ confused smile confused smile confused smile

#5 By Kitti...กิตติ on 2009-10-04 21:23

น่าสนใจมากครับ big smile

#6 By ISHIMARU L. on 2009-10-04 22:46

เล่มก่อนหน้านี้มัทก็ยังไม่ได้อ่านเลย
มีเล่มใหม่มาอีกแย้ว อ๊ากกกก
น่าอ่านมากๆเลยครับbig smile

#8 By Clepsydra:: on 2009-10-05 01:17

กี๊ดดด ครับ ผมกำลังตามหาหนังสือทั้งเล่มนี้และ ลอนดอนอยู๋ครับ

เพราะผมเพิ่งโดนถล่มด้วยคลื่นหัวใจใน 8 1/2 ริกเตอร์ ไปเมื่อไม่นานมานี้ครับ

big smile Hot! Hot!

#9 By Seam - C on 2009-10-05 09:03

แค่เกริ่นนำในรูปข้างต้น ก็น่าสนใจแล้ว big smile

#10 By iTualek on 2009-10-05 11:58

h20 แข็งแรงกว่า เคหวัตถุมากจริงๆ ครับ

รู้สึกว่าพลังมันอัดแน่นมากเลย

(อ่านไม่ง่าย ไม่ยาก และสนุกครับ)
เล่มนี้ไม่ได้ซื้อเลยครับ ชอบนักเขียนท่านนี้มากๆ

#12 By n h e p h e x on 2009-10-05 14:28

อีกอย่างความแตกต่างของ งานคุณอนุสรณ์ และมุราคามิ คือ ผมว่า งานมุราคามิ ดูเพ้อฝันกว่า และดูไม่มี Reference เท่าไหร่ ผิดกับงานคุณอนุสรณ์ ที่อ่านแล้วได้ความรู้เรื่อยๆ มีสาระในความเป็นจินตนาการ เสน่ห์ ที่ทำให้ต่างจากมุราคามิครับ

#13 By n h e p h e x on 2009-10-05 14:30

confused smile

#14 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2009-10-05 17:03

อ่านบทแนะนำของคุณทิว..
อ่านคอมเมนต์ของเพื่อนๆ

ทำให้อยากอ่านขึ้นมาเลยค่ะ big smile

#15 By MomMom on 2009-10-05 20:52