Book:.เด็ก..สตรี...คนชรา..
posted on 25 Jun 2009 23:59 by exchange in BOOKend
1. เด็ก
วันนี้ผมเห็น รอยยิ้ม ของเด็ก ทั้งที่เคยเห็นมาหลายครั้ง และ อยากจะได้เห็นอีกมากครั้ง ความรู้สึกนั้นท่วมท้นอยู่ในใจเมื่อได้เห็น กล้ามเนื้อชิ้นส่วนของใบหน้าที่แปรรูปเป็นอะไรที่ตราตรึง สิ่งนั้นมันออกมาจากข้างในจริงๆ เด็กหญิงไม่ได้ปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อใคร หรือเพราะใครสั่ง เธอทำมันออกมาเองจากใจ
ผมชอบรอยยิ้ม ของเด็กทุกคนบนโลก(หนักหนัก)ใบนี้ เพราะมันเหมือนยาสมานใจ ยามบาดเจ็๋บจากหนามที่ทิ่มตำจากสังคมรอบตัว ทั้งที่เขาไม่ตั้งใจ และเราไปเกี่ยวในวาระใด ก็ตามแต่
วันที่ชีพจรลงเท้่าครั้งแรก ผมอายุ 13 ปี เสียงหวูดเรือและตะวันลับฟ้ายามเย็น ที่ปากน้ำสมุทรปราการ ภาพของแม่และน้องลอยเข้ามาในห้วงคำนึง น้ำตาก็ไหลลงมาอย่างไม่รู้ตัว
ถ้า Coming of Age คือการเปลี่ยนผ่านจากเด็กสู่ผู้ใหญ่ วันที่จากบ้านมาไกลหลายร้อยกิโลวันนั้น คำว่า ‘คิดถึงบ้าน’ ได้แสดงอนุภาพอย่างรุนแรง จนผมพอเข้าใจโดยปริยาย กับความ ‘รับผิดชอบ’ ตัวเอง และ ผมก็โตขึ้นเป็นกอง
2. สตรี
กองลูกโตของแตงโม ที่สัมผัสความร้อนแทบจะปริแตก ทำให้แม่เป็นกังวล เธอรีบขับรถมอเตอร์ไซด์บึ่งออกไป เพื่อไปนำผ้าเต๊นท์ที่บ้านออกมาคลุม
ลับหลังไม่นาน ใครสักคนที่เรารู้จัก นำข่าวที่ไม่อยากได้ยินมาบอกว่า ‘แม่ถูกรถบรรทุกชน’ ต่อจากนั้น ครอบครัวเราก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป turning point ของสถานการณ์นั้น ทำให้ 3 พี่น้องต้องเปลี่ยนไป พ่อกลายเป็นอีกคนที่เราห่างไกล
แตงโมเนื้อนั้นปริแตกออก แต่รสชาติไม่เคยหวานลิ้นเลย
แม่กลายเป็น 'คนพิการ' ที่ห่างไกล จากความหมายมากเหลือเกิน ผมไม่เคยเห็นสตรีคนไหน จะยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งเท่านี้ เธอเอาชนะความเจ็บปวดทั้งมวล รวบรวมเอาความแข็งแกร่งเก็บไว้ในใจ แม่เป็นคนใหม่ ทั้งใจ กาย แม้แต่ผู้ชายอกสามศอกที่ว่าแน่ ก็แพ้ให้กับเธอได้ในทุกสถานการณ์
ผมแพ้ให้เธออีก แม้ไม่มากมายนัก สตรีคนนั้นและคนไหน ความหมายของหนุ่ม-สาว สถานการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง ชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน ก็คงเพียงแต่หวังว่า จะเข้าใจ รู้เท่าทัน ในวัน-คืนที่ล่วงผ่าน ตราบสิ้นลมหายใจ
3. คนชรา
ใจหาย เมื่อหวลระลึกถึง เธอสิ้นลมหายใจในคืนที่ผมนั่งเฝ้าไข้ข้างเตียงคนเดียว เำพราะญาติๆ ไปทำธุระเตรียมการอย่างอื่น ผมกุมมือข้างหนึ่งของเธอ น้ำตาไหลช้าๆ พร้อมเสียงท่องบทสวดอิติปิโสของตัวเอง เพื่อส่งเธอขึ้นสวรรค์ ผมรู้ว่าน้องชายคงรู้สึกได้ที่บ้านว่า เธอจากไปแล้ว และเขาคงบริกรรมคาถาภาวนาสมาธิเพื่อคุณยายที่รักมากของเขาไม่แพ้พี่
เมื่อแม่บาดเจ็บ ยายกลายเป็นแม่คนที่สองของน้องชายที่กำลังยังเล็กมาก เขาโตมาด้วย ‘รสมือยาย’ ส่วนผมจากบ้านมาไกลเกินไปเช่นใครอีกหลายคน ที่โตด้วยรสมือคนนั้น คนนี้ ตามระยะทางกำลังแรงก้าว
พ่อย่างสู่ความชราภาพแล้ว ครอบครัวดีขึ้นตามวันและเวลา ผมเกือบย่างเข้าสู่วัยกลางคน ชีวิตอยากจะไปไหนต่อไหน แม้ไม่หวังไว้ไกลนัก แต่ก็ดูเหมือนระยะทางยังคงทอดไกล ตามความหวังที่ยังคงอยู่เต็มเปี่ยม บางครั้งก็พร่องไปบ้าง
บางวันผมอาจจะกำลังหลับอยู่ ไม่ได้ลุกขึ้นให้ ‘เด็ก สตรี คนชรา’ ขอให้เชื่อเถอะว่า ที่เห็นนั้นผมหลับจริง มิได้แสร้งทำเป็นไม่เห็น ‘คนที่อ่อนแอกว่ารอบตัว’
ผมอยากจะตื่นขึ้นมา พร้อมกับได้เห็นรอยยิ้มจาก เด็กและเธอ(คนนั้น) เพื่อ ‘ยิ้ม’ นั้นจะไม่จางจากไปไหนไกล ก่อนที่โลกนี้จะไม่เหมือนเดิม
ปล. ผมยังไม่มีครอบครัว (ที่หมายถึงการแต่งงาน มีบุตร,ธิดา)...* แรงบันดาลใจ จาก ‘เด็ก สตรี คนชรา’ ความเรียงเกี่ยวกับผู้คน และการเปลี่ยนผ่านช่วงวัย ของ อธิคม คุณาวุฒิ รวบรวมจาก คอลัมน์ชื่อเดียวกัน จาก นิตยสาร ค.คน เคยพิมพ์ครั้งแรกในชื่อ ‘เราสูญเสียมันไปตอนไหน’











ดีจังๆ
ภาษาสวยจังค่ะ
2010 นี่คนแก่ เด็ก จะเยอะครับ วัยภาระเต็มประเทศแน่ ต้องชาวยกันดูแลเขาเหล่านี้
#1 By กรรมกรไซเบอร์ on 2009-06-26 00:15