" ความเชื่อ "

posted on 03 Oct 2008 18:57 by exchange  in aboutSTORY

           ในช่วงเวลาของวันประมาณนี้ของปีที่แล้ว เขาพบตัวเองกลายเป็นแกะดำ ซึ่งอยู่ท่ามกลางแกะขาว เนื่องจากเมืองที่อาศัยอยู่นี้ ผู้คนสวมใส่เสื้อ-ผ้า ขาว เพื่อเทศกาลถือศีล กินผัก เขาก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นผู้มีศีลหรือเปล่า ไม่ใช่ไม่เชื่อ แต่ก็ไม่ขวนขวายหาซื้อเสื้อ-กางเกงขาว ที่มีขายเกลื่อนกลาดซึ่งผลิตขึ้นหลากแบบ เพื่อตอบสนองความเชื่อ จนกลายเป็นเทรนด์นิยม

          ความเชื่อ ทำให้เด็กหนุ่มและไม่หนุ่มออกบวช ใช้เหล็กทิ่มแทง เพื่อไถ่บาปให้คนบาป บางคนเชื่อว่าตัวเขา ได้รับการประทานความศักดิ์สิทธิ์จากองค์เทพ แต่บางคนไม่แน่ใจ หากการเป็นคนเด่นท่ามกลางสาธารณชน ในสายตาของหญิงสาวผู้เฝ้ามองขบวนบุญ ย่อมปลุกปลอบใจให้เขาพอจะเชื่อได้ว่า เก่ง กล้า สามารถ และ ยอมเจ็บ

                                                      

          คนร่วมขบวนหลายคนเชื่อว่า การกินผัก ทำให้เขาล่ะเว้นการเบียดเบียนสัตว์ ซึ่งเป็นอาหารชั่วขณะหนึ่ง บางคนบอกคนอื่นว่า “ถือศีล” แต่เขาก็สบถใส่ผู้คนยามไม่สบอารมณ์ได้ง่ายดาย

          ศรัทธา คือ ความเชื่อ คนไทยหลายภาคส่วนไม่เชื่อในตัวอดีตผู้บริหารประเทศ ผู้ทำหน้าที่ประธานบริษัทมากกว่านายกรัฐมนตรี จึงเกิด “วิกฤติศรัทธา” ทหารเชื่อว่า อำนาจปืนในมือแก้ปัญหาได้ มีทั้งคนเชื่อและไม่เชื่อตาม แต่เขาคนนั้นก็เชื่อตัวเองเสมอ แม้จะไม่กล้าสบตาใคร หลีกลี้หนีไกลอาศัยเมืองอื่น “ผมบริสุทธิ์” เขาบอกคนอื่นแบบที่เขาเชื่อ

           นักการเมือง เชื่อในเวลาหย่อนบัตรฉันทามติ 4 วินาที คือ กติกาประชาธิปไตย ซึ่งเขาชอบธรรมที่จะอยู่ ทำอะไรตอบใจชอบ แต่คนผู้ไม่เชื่อหลายๆ คน ออกไปเพื่อคัดค้านตามความเชื่อ

Image Hosted by ImageShack.us


              ฟรีดริช นิทเช่ ผู้กล่าววลีอมตะ “God is dead” ในหนังสือ The joyful wisdom คนไม่เข้าใจ คิดว่าเขาดูหมิ่นศรัทธาศาสนา แต่เขาเพียงสะท้อนว่า ความเชื่อในพระเจ้าของคนลดลง พระเจ้าจึงตาย เพราะมนุษย์ฆ่าพระเจ้า ไม่ใช่พระเจ้าไม่มีตัวตน

             ในยุค 60 - 70 หนุ่มสาวผู้ไม่เชื่อในรัฐและสถาบัน ปฎิเสธทุนนิยม สงคราม เพราะเชื่อว่าตัวเองเปลี่ยนแปลงโลกได้ พวกเขาร่วมกันสู้ ในท่ามกลางเสียงเพลงปลุกปลอบกันและกัน มือประสาน “Peace,love and dope” ร่ายกวีบีทนิค ที่ซานฟรานซิสโก ปารีส ถนนราชดำเนิน

             บางคนไปจากโลกด้วยความเชื่อที่ไม่มีวันที่จะรับรู้ด้วยตัวเอง  หลายคนในวันนั้น คือ วันนี้ ผู้ซึ่งนั่งนับเงินอยู่บนตึกสูง ประสานมือทางการเมืองเพื่อโภคทรัพย์ของตัวเองและพวกพ้อง ลืมวันที่ยากลำบากในเมือง ป่าเขา ที่เขาเคย ศรัทธา  เวลาเปลี่ยนความเชื่อของคน 

                                               

       

        เรื่องราวท่ามกลางเสียงเพลงมีเรื่องเล่าแห่งความเชื่อไม่รู้จบ .......กลางยุค 90  -  4 นักเทศน์สมัยใหม่ นาม manic street preachers จากเวลส์ ปรากฎกายในลอนดอน สำแดงเพลงเหยียดหยันสังคมใหม่ตามความเชื่อ สื่อมวลชนบางคนไม่เชื่อ ว่า พวกเขาเป็นตัวจริง  ริชชี่ เจมส์ เอดเวิร์ด มือกีตาร์ผู้อ่อนไหว ใช้มีดสลักลงไปในผิวเนื้อบนท่อนแขนของตัวเอง ว่า “ 4 Real ” เพื่อยืนยันความเชื่อ

                             

              ริชชี่ อยู่กับเพื่อนๆ ไม่นาน เขาหายตัวไปอย่างลึกลับ บางคนเชื่อว่า เขากำลังเลี้ยงแกะที่ไหนสักแห่ง หลายคนเชื่อว่า เขาไปสบาย 

             เพื่อนในวงไม่อยากจะเชื่อและไม่สบายใจ แต่ชีวิตทุกผู้นามต้องเป็นไป การเดินทางหยุดนิ่งไม่ได้ เพราะโลกยังหมุน จึงเกิดเป็นอัลบั้ม Everything must Go  ถึงวันนี้พวกเขาพิสูจน์ความยิ่งใหญ่ของตัวเองแล้ว สื่อและแฟนเพลงต่างเชื่อและยกย่องให้พวกเขาเป็น “ตัวจริง” แต่เรายังหาริชชี่ไม่เจอ และไม่มีริชชี่คนใหม่

                                        

 

          เวลา วัน หมุนไป ตามความเชื่อของคน หญิงสาวเคยเชื่อในตัวชายหนุ่ม แต่วันนั้นชายหนุ่มทำตัวเองให้ไม่น่าเชื่อถือ เพราะเขาไม่ศรัทธาใน ความรัก เขาแลกคำรักเพื่อความใคร่ หญิงสาวเชื่อในคำนั้น วันนี้จึงไม่อยากจะเชื่อใครอีกต่อไป เมื่อความเคยเชื่อ ถูกทำให้ไม่เชื่อ

             ความเชื่อ ของเด็กยังไปอีกไกล สวยงาม   ของหนุ่มสาวมากความฝัน เชื่อว่า เวลายาวนานเหลือเฟือ พวกเขาเชื่อมั่นตัวเอง มักเล่นท่ามกลางเปลวไฟ บางครั้งก็ลามไหม้ในความเชื่อ จนเหลือเวลาหดสั้น อย่างว่องไวเร็วเกินวัย

             คนกลางคนที่ยังไร้รัก เชื่อ รอคอย ว่า “เจ้าหญิง เจ้าชาย ขี่ม้าขาว” ยังคงมี แต่ม้ากลายเป็นบ้า (ยาบ้า) วันเวลาแห่งความเชื่อจางหายไป ท่ามกลางฝุ่นควันของกาลเวลา 

             กาลเวลาพรากความเชื่อมั่นไปจากดวงตาของชายชรา แต่เขาทำอะไรได้อีก ไม้เคยไกลฝั่ง ลอยคว้างตามแรงศรัทธา บัดนี้ ใกล้ฝั่งเกินกำลังของกายและใจ

 

                                            

           ใจคนคอย ยังคอยเพราะ “เชื่อ” ถ้าไม่เชี่อ ก็ไม่หวัง ถ้าไม่หวัง ก็ไม่ทุกข์ แต่ถ้าทุกข์แห่งใจ นำมาซึ่งสุขแห่งวันในวันต่อไป เขาเลือกที่จะเชื่อ “แล้วเธอล่ะเชื่อไหม”

      วันนี้ของปีนี้ เขากินผัก 3 วัน ไม่ใช่เพราะเชื่อ แต่ไม่มีให้เลือก เพราะอาหารพนักงานเป็นผักล้วน มันอร่อยหรือเปล่าไม่แน่ใจ แต่หากได้รับประทานกับคนรู้ใจสักคน อาหารคงไม่สำคัญ เท่าความเชื่อในรสชาติของบรรยากาศ ที่อบอวลด้วย.................. “แล้วเธอจะเชื่อไหม”

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่านแล้วเครียดsad smile

ความเชื่อทำให้อะไรดีๆเกิดขึ้นได้หลายอย่าง

ตรงกันข้าม ก็ทำให้คนทำเรื่องแย่ๆได้เหมือนกัน

#1 By iDoi* on 2008-10-03 19:19

อ่านแล้ว ได้คิดอะไรหลายๆอย่างนะคะbig smile

#2 By ~memay~ on 2008-10-03 19:24

she will believe ^^

#3 By Lovelyjay on 2008-10-03 19:26

ทุกวันนี้ก็อยู่ด้วยความเชื่อค่ะ....
เชื่อว่าตัวเองต้องอยู่บนโลกอันโหดร้ายนี้ได้
เชื่อว่าโลกใบนี้ยังมีความยุติธรรมอยู่
เชื่อว่าความดีเอาชนะทุกอย่างได้
เชื่อว่าชีวิตในทุก ๆ วันยังฝันได้เสมอ
เชื่อว่ากรรมเป็นผลของการกระทำ
และเชื่อมั่นว่า...ฉันสวย เอิ๊ก ๆ

#4 By ta_THINK_nhong on 2008-10-03 20:29

ความเชื่อมันก็เป็นเหมือนสิ่งที่คอยยึดเหนี่ยวเราเหมือนกันนะคะ อย่างน้อยก็ทำให้เรารู้สึกมีหลักในชีวิต surprised smile

#5 By Fubuki on 2008-10-03 20:49

ทุกวันนี้เชื่ออยู่เพียงอย่างเดียว "ซักวันเราคงจะได้ตายสมใจ"

เราไม่สามรถบังคับให้ใครเชื่ออะไรได้ทั้งนั้นแม้แต่ตัวเราเองก็ตาม



ฉันเชื่อ..
ฉันศรัทธา...
big smile

#7 By faith on 2008-10-03 20:58

ก็ยังเชื่อ ในบางสิ่งบางอย่างอยู่big smile

#8 By ARuN LiZ on 2008-10-03 21:25

เชื่อที่จะไม่เชื่อ แล้วแต่ประสบการณ์ที่สั่งสมมาให้เชื่อรึป่าวsad smile

#9 By iQ180 on 2008-10-03 21:41

ไม่รู้ว่าเป็นเกะดำในฝูงแกะขาวหรือแกะขาวในฝูงแกะดำ

คงอย่างที่นิทเช่บอก ระบบศีลธรรมมันตายไปแล้ว แต่ยังผูกมัดตัวเราอยู่

อาจจะเป็นเพราะคนเราง่ายต้องการผูกมัด กลัวที่จะเป็นแกะดำ

ไม่เกี่ยวอะไร แต่อยากบอกว่า อาหารเจรส"แย้"มาก

เชื่อผมเหอะ เป็นงั้นจิงๆ
เพลงเพราะมากเลยครับ big smile

#11 By Akara_gat on 2008-10-03 21:50

ความเชื่อมั่นในตนเอง จึงก่อให้เกิดความเชื่อมั่นต่อคนที่เราไว้ใจด้วย

แต่เพราะ วัน เวลา หมุนไป หรือ เพราะไม่ศรัทธาในความรักที่มีให้กัน หรือ...เพราะการนึกถึงแต่ตัวเองกันน่ะ

#12 By พริ้วไหว on 2008-10-03 23:25

ถ้าเชื่อแล้วทำให้ตัวเองมีแรงผลักดันก็เชื่อไปเถอะ
ขอบคุณสำหรับแง่คิดดีๆค่ะ

#14 By n'o-kanok on 2008-10-03 23:29

เชื่อมั่นในความดี
ใจดี ใจสบาย
big smile big smile big smile big smile big smile
เคยมีคนกล่าวไว้ว่า

ความเชื่อคือแรงผลักดันทุกอย่าง..

คนที่ไร้ศรัทธาต่อทุกอย่างคือคนที่ตายไปแล้วอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง..

#16 By Beautiful Lie on 2008-10-04 00:27

ความเชื่อ ความศรัทธา ไม่ใช่ว่าจะชักจูงกันได้ง่ายๆ

แต่พลังของมันยิ่งใหญ่ และน่ากลัวเหลือเกิน angry smile

ได้คิดหลายๆ แง่เลยค่ะ Hot!
เชื่อ..

ไม่เชื่อ..

เป็นเรื่องที่ทำความเข้าใจกันยาก..
ถ้าเรา "เชื่อ" ไม่เหมือนกัน..

แต่เห็นด้วยกับท่อนสุดท้ายที่สุด
ถึงแม้อาหารจะไม่อร่อย..แต่ถ้านั่งทานกับคนรู้ใจสักคน..อาหารก็อร่อยขึ้นได้โดยไม่ต้องปรุงรสเพิ่ม

#18 By 1411 on 2008-10-04 09:54

ปีนี้ เป็นแกะสีอะไรคะ อิอิ question

#19 By rusleeping on 2008-10-04 11:19

ความเชื่อกับศรัทธานั้นต่างกันแค่นิดเดียวเอง ความเชื่อยังเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้ ยังมีเอ๊ะอะ...ใช่หรือ...จริงอ่ะเปล่า..อยู่เป็นประจำ ศรัทธานั้นผ่านการทดสอบของด่านแห่งปัญญาแล้ว เราจะไม่ถามเหมือนกับการถามความเชื่ออีก จะว่าไปแล้วศรัทธาคือความเชื่อที่ปักมั่น ไม่สั่นคลอนอีก...ผมศรัทธาในความถูกต้องดีงาม ผมศรัทธาในความรักของมวลมนุษยชาติ ผมศรัทธาในกฏแห่งกรรม...ศรัทธาแม้จะถูกทดสอบไม่ว่ากี่ครั้งเราจะยังตอบตัวเองเหมือนเดิม

#20 By Kitti...กิตติ on 2008-10-04 11:25

Hot!

#21 By chaiji on 2008-10-04 11:40

ปาหี่เสียบเหล็ก?

คนโกหกต้องเชื่อเรื่องที่ตัวเองโกหกด้วย
ดังนั้นคนไม่ดีจึงไม่เคยคิดว่าตัวเองทำผิด
(แล้วหนีทำไมวะ?)

คนทำถูก ใช่จะมีพวกเยอะเสมอไป เพราะความปรารถนาดี เข้าใจยากด้วยตาเปล่า..

อ่า..จะเชื่ออะไรดี ต้องมีพื้นฐานที่แข็งแรงจะได้เชื่อแบบไม่งมงายทำร้ายตัวเอง และผู้อื่น

พื้นฐานนั้นน่าจะเป็นหลักธรรมทุกศาสนาที่มีหลักใหญ่คือทำดีละชั่ว..

ว่ามั้ยฮะ?

#22 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2008-10-04 13:32

ชอบเพลง when u believe
เพลงเพราะค่ะ ความเชื่อนี่เป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงยากค่ะ

#24 By (^_^)/nana on 2008-10-04 14:01

ความเชื่อก็คงเปรียบเสมือนดาบสองคม

ด้านหนึ่งก็เป็นเสมือนแรงผลักดันให้คนเรามีความหวัง มีพลังที่จะทำสิ่งต่างๆ

อีกด้านก็เป็นเหมือนแรงกระตุ้นให้เรายอมทำทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี

ผมว่าเราควรใช้"ความเชื่อ"ของเราอย่างมีวิจารณญาณจะดีที่สุดครับ

#25 By Pete on 2008-10-04 14:02

มีความเชื่อบ้าง
ไม่เชื่อบ้าง สลับๆกันไปopen-mounthed smile

#27 By C-C on 2008-10-04 14:52

ศัรทธา ความเชื่อ ทำให้มีสิ่งต่างๆเหล่านี้ได้ ดนตรีbig smile

#28 By dayafterday2008 on 2008-10-04 15:02

แล้วแต่จิตศรัทธา

#29 By คาโตเน่ on 2008-10-04 16:19

ขอบคุณค่ะที่สอนอะไรให้หลายอย่าง
ไม่รู้ว่าคน ๆ นั้นจะเชื่อใหม.....big smile big smile big smile

#30 By nooang (58.137.155.227) on 2008-10-04 16:26

จะเชื่ออะไร .. ไม่เชื่ออะไร ..

คิดถึง .. มหาบุรุษท่านหนึ่ง ..

ผู้บอกกล่าวให้โลกทราบถึง .. กาลามสูตร

big smile

#31 By แรงใจไฟฝัน on 2008-10-04 16:30

คนเรามีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้
ได้ด้วยความเชื่อ และ ความหวัง ค่ะ

#32 By ~!!!EstelioN!!!~ on 2008-10-04 17:51

ความเชื่อเป็นสิ่งอะไรที่ทำให้เราอยากค้นหา และคิดว่ามันเป็นจิง


เพลงนี้ร่าชอบร้องอ่ะ ชอบมากๆ

ร้องแล้วอินกับสิ่งที่เรียกว่าความเชื่อ ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ อยากให้ทุกๆคนเชื่อมั่น เหมือนกับเพลงที่ร่าร้องจากใจทุกเพลง "โอว์"


ฮ่าๆๆ แวะมาทักทายค๊ะ big smile

#33 By เคซี-ยอรค์ on 2008-10-04 18:01

Hot!

#34 By เคซี-ยอรค์ on 2008-10-04 18:02

ชอบจังครับ
ทั้งเพลงและเนื้อหาขอแอดนะครับ

#35 By Dearcool on 2008-10-04 19:20

ความเชื่อ ไม่ใช่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่ก็เปลี่ยนแปลงได้ยาก sad smile

#36 By Googigg on 2008-10-04 21:07

ผมอ่านบล็อกนี่ประจำนะ แต่อ่านผ่านโทรศัพท์มือถือ(ด้วย Opera Mini) เลยไม่เคยมาคอมเม้น เพราะพิมพ์ยากมากกว่าจะได้แต่ล่ะคำ กลับจากที่ทำงาน แล้วขี้เกียจเปิดคอม(เครื่องอืด) เลยดูในโทรศัพท์ ผมชอบบล็อกนี่ของพี่ที่สุดในบรรดาบล็อกทั้งหมด อ่านทุก Entry เลย
ส่วน manic street preachers เป็นวงที่ผมชอบเหมือนกัน
confused smile

#37 By eak on 2008-10-04 21:33

ความเชื่อบางอย่างนำไปสู่การก่อลัทธิ
ความเชื่อบางอย่างทำให้คนมีกำลังใจ
ความเชื่อบางอย่างทำให้คนอยากตาย

#38 By V@R on 2008-10-04 22:08

ถึงเราจะเชื่อในบางอย่าง ก้อไม่ได้หมายความว่ามันจะจริงเสมอไป
แล้วถึงเราจะไม่เชื่อในบางอย่าง ก้อไม่ได้หมายความว่ามันไม่จริง
....เพราะสุดท้าย บางอย่างก้อเป็นแจริง หรือไม่จริงเท่านั้นเอง

...มันเหมือนถ้าคนรักเราตาย แล้วแม้ว่าเราจะไม่เชื่อว่าเค้าตาย แต่เค้าก้อยังคงตายไปแล้วอยู่ดี...คะdouble wink

#39 By be-gift on 2008-10-04 23:29

เชื่อมั่น และลงมือทำ


อะไร อะไร มันก็เกิดขึ้นได้คับ big smile

Hot!

#40 By seaugpor on 2008-10-05 01:40

อ่านคลอกลับเพลงแล้วเคลิ้มเลย (เกือบหลับ)

#41 By LostOfCTRL on 2008-10-05 05:03

สงสัยจริงริชชี่ไปไหน embarrassed

#42 By Burning` on 2008-10-05 05:08

เราตอนนี้ก็กินเจ...
...
กำลังเล็มหญ้าอ่อนๆ...
ตามความเชื่อว่า..
จะช่วยให้คงความงามเป็นอมตะ...
...
[url=http://widget.sanook.com/view-widget/emoticon/?widget=190310][img]http://widget.sanook.com/static_content/widget/full/emo_1/1310/190310/1fce35ce80071ac7459af77a6db012f8_1222409198.gif[/img][/url] [url=http://widget.sanook.com/][size=x-small]ของตกแต่งโดนๆคลิกเลย[/size][/url]

#43 By PimToEpsilon on 2008-10-05 08:44

คนเราทุกคนมีชีวิตอยู่บนความเชื่อที่แตกต่างกัน big smile

#44 By ~ N ~ on 2008-10-05 09:20



เลือกที่จะไม่เชื่อ

นั่นคือเชื่อว่าสิ่งนั้นไม่น่าเชื่อถือ

Hot!

#45 By redtear on 2008-10-05 19:13

ใครๆก็สอนว่า ฟังไรก็ควร เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ใข่ไหมคะ
แต่เราก็เชื่อไรมากก่า 50% อยู่ดีอ่า
เป็นคนหูเบา อิอิ cry
ป.ล. ชอบ manics เพลงนี้จังเลยค่ะ

#46 By r a p p e l e r * on 2008-10-05 21:06

เชื่อ แล้วมีแรงขับ ก็ดีไป

ทำให้เกิดอะไรดีดีอีกมากมาย

ไม่เชื่อ ก็ไม่ได้ผิดประการใด

#47 By OmYim on 2008-10-06 02:05

เชื่อในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ

#48 By DeK Tha! In DreaM CiTy on 2008-10-06 17:14

ปลงค่ะ

#49 By girlfromthemoon on 2008-10-13 03:00

คิดถึง อธิคม คุณาวุฒิ

#50 By คาโตเน่ on 2009-05-01 21:25