เทพเจ้าแห่งกีตาร์
posted on 05 Jun 2008 20:03 by exchange in MUSIClover
อันที่จริง Entry นี้ ผมน่าจะเขียนถึงวง Depapepe ซึ่งผมนำเพลงมาไว้ให้ฟัง ในหน้า Postcards from heven ด้วยความบังเอิญที่คุณกิตติเจ้าของ Blog http://songs4u.exteen.com/20080603/start-depapepe เกิดความประทับใจอ้างอิงมาถึงผม คุณกิตติ ก็เลยเขียนเรื่องราว Depapepe ลงใน Blog และก็พบว่า
ใน Exteen เองมีแฟนคลับของ กีตาร์คู่ดูโอจากญี่ปุ่น ถึงกับเปิดเป็น Blog http://depapepe.exteen.com/เฉพาะกิจอย่างเป็นทางการ ซึ่งข้อมูลตรงนั้น น่าจะแน่นกว่าผมมากนัก เอาไว้โอกาสหน้า ผมจะเขียนถึง Depapepe ในแง่มุมอื่นก็แล้วกัน
วันก่อนผมใส่เสื้อยืดตัวนี้>
พี่ที่ผมรักและนับถือมากคนหนึ่ง แกเห็น เอ่ยปากถามผมว่า
“รูปสกรีนที่อยู่บนเสื้อยืด เป็นใคร ? ใช่ หงา คาราวาน หรือเปล่า”
ผมยิ้มพร้อมตอบไปว่า
“ ไม่ใช่ เป็นรูปของ เทพเจ้าแห่งกีตาร์ จิมมี่ เฮ็นดริกซ์”
ครั้นจะตอบยาวๆ ก็คงไม่ละเอียดเท่าเขียน ก็เลยติดไว้ว่า งั้นเดียวผมเขียนถึง Jimi Hendrix ลงใน Blog ซะเลย คนอื่นจะได้ความรู้ไปด้วย
ผมพบว่า ในข้อมูลที่มีทั้งไทยและเทศ มีคนเขียนถึงเขาอยู่มาก บางครั้งก็ซ้ำไปซ้ำมา ผมจึงขอสรุปในแบบของผม
ว่ากันว่า ใครที่เล่นกีตาร์เป็นในปัจจุบัน หรือ ไม่ว่า Guitar Hero กี่คนล้วนได้รับ คุณูปการมากมายจากสิ่งที่
จิมมี่ เฮ็นดริกซ์ ได้มอบไว้ให้โลก
โลกของดนตรีร็อค ก่อนการมาของเขา นั้นล้วนอยู่มือของคนผิวขาว สำหรับนักกีตาร์แล้ว ก็เป็นไปในทางบลูส์ส่วนใหญ่ เช่น B.B. King (หนึ่งในคนที่มีอิทธิพลต่อจิมมี่มากที่สุดคนหนึ่ง)
การมาของเขา จึงทำลายขนบบางอย่างอย่างสิ้นเชิง ไม่ได้แค่ทำลายกำแพงที่ว่า ยังสร้างสิ่งใหม่ๆ
ให้คนเสพดนตรี เพราะเขาเล่นดนตรีด้วยจิตวิญญาณ เล่นมันทุกส่วนของร่างกาย แถมยังสร้างเทคนิคใหม่ๆ ในการเล่นอย่างที่ผู้ชมผู้ฟังไม่เคยพบเคยเห็น
เช่น การใช้และการดัดแปลงเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ในการทำให้กีตาร์ของเขา สร้างเสียงที่แปลกใหม่ขึ้น เช่น เสียงปืนกล เสียงระเบิด และเสียงกรีดร้อง
หรือการใช้ทางเดินคอร์ดแบบกระตุกไปตุกมา สลับการใช้คันโยกทำให้เกิดเสียงหวีดแหลมสูงต่ำ เทคนิคที่ว่าเป็นเสมือนเครื่องหมายการค้าของเขา เราสามารถเข้าใจได้ไม่ยากด้วยการ ดู-ฟัง เพลง Voodoo Child ที่มีท่อนริฟฟอมตะ( ริฟฟ คือ การเล่นวนไปวนมาในจังหวะเดิมๆ เกือบตลอดเพลง)
^ ท่อนริฟฟแห่งตำนาน กับเพลงเอก Voodoo Child
ว่ากันว่า Eddie Kramer ซึ่งเป็นซาวด์เอนจิเนียร์ประสบการณ์สูงที่บันทึกเสียง ให้กับ จิมมี่ แทบจะไม่ต้องทำอะไรเพื่อเสริมเทคนิคในห้องอัด เพราะ จิมมี่ ได้สร้างสรรค์เสียงใหม่ๆ ตรงกันข้าม เอดดี้ เอง ถึงกับขอศึกษาเทคนิคต่างๆ จากเพลงที่ จิมมี่เล่น
เหตุการณ์ที่ถูกบันทึกไว้ นอกจากเรื่องราวต่างๆ เช่น การเผา – ทุบ – ทำลาย กีตาร์เป็นอาจิณ แล้ว ไม่มีครั้งไหนจะถูกเล่าเท่ากับการแนะนำตัวเขาในงาน Woodstock ปี 1969
เมื่อเขาด้นสด เพลงชาติอเมริกา ผ่านเสียงกีตาร์ ขณะที่งานใกล้จะเลิกแล้ว มีสักขีพยานจำนวนแค่หยิบมือเดียว และโลกก็ได้เห็นถึงอัจฉริยะภาพด้านกีตาร์ของเขา
หลายคนเอ่ยถึงเหตุการณ์คราวนั้น ในแง่มุมต่างกัน บางคนบอกว่า คือการประท้วงผ่านเสียงกีตาร์, การเรียกร้องสิทธิ์ของคนดำ, การประกาศความอหังการ์ว่าข้า(คนดำ)มาแล้ว สุดแล้วแต่จะตีความ
^ เพลงชาติอเมริกา ผ่านกีตาร์ของเขา ตำนานบทหนึ่งของดนตรีโลก
มันอาจจะเป็นเหตุการณ์หนึ่งในยุคแสวงหาบุบผาชน เป็นเหตุการณ์สำคัญ ของ ไซเคเดลิค ร็อค ( ร็อคที่ต้องเมามายด้วยถทธิ์ยาถึงจะเล่นได้พลิ้ว) แต่ก็กลายมาเป็น เหตุการณ์หนึ่งในตำนานของโลกดนตรีในที่สุด
ก่อนจบเอนทรี่นี้ ขอฝากคำพูดของเขาที่ให้ข้อคิดกับนักกีตาร์ไว้ว่า " คุณต้องอยู่กับมัน บางเวลามันอาจทำให้คุณท้อถอยจนคุณอาจอยากเลิกเล่นกีตาร์ไปเลย หรือเปลี่ยนเป็นเกลียดกีตาร์ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร มันก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ เพราะถ้าหากคุณอยู่กับมันจริงๆ คุณจะต้องได้ในสิ่งที่เป็นรางวัลตอบแทนแน่นอน!"
จิมมี่ เฮ็นดริกซ์ ชำเรากีตาร์ บูชาเทพ(ซาตาน)ด้วยการเผา ทุบ เป็นเครื่องหมายการค้าของเขาตลอดกาล
รูปปั้นของเขา ที่ AEI Music Networks on Broadway Avenue,ซีแอตเทิ้ล สหรัฐอเมริกา
ติดตาม แง่มุมต่างๆ ของ Jimi Hendrix ได้ใน Blog วันต่อไป
Voodoo Child เวอร์ชั่น Electronica
voodoo Child เวอร์ชั่นฟังก์ร็อค
foxy Lady เวอร์ชั่น บียอนเซ่ & Jimi
i










โอววว.....

#1 By โดยคำ ลานเทวา ฯ on 2008-06-05 23:42