เพลงคลายร้อน ตอนที่ 2
posted on 10 Apr 2008 18:56 by exchange
เมื่อปี 2000 นี้เอง นักฟังเพลงทั่วโลกต้องการที่จะฟังอะไรสบายๆ มากขึ้น จึงเกิดกระแส Chill – Out โดยทั่วไป คนมักติดยี่ห้อซีรีส์ Café del mar ของ โฮเซ่ พาร์ดิลล่า ที่เกาะอิบาซ่า สเปน (คล้ายพงันบ้านเรา) เดิมทีเขาเปิดเฉพาะบาร์นี้ แต่เมื่อความนิยมเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็เลยต้องออกอัลบั้ม ที่เขาเปิดแผ่นมิกซ์เองบ้าง บางทีก็เชิญศิลปินแนวทางใกล้เคียงมาร้องให้ กลายเป็นซีรีส์อัลบั้มโด่งดังไปทั่วโลก
แต่ความหมายของ Chill – Out มันไม่ได้หมายถึงแนวเพลงแบบใด แบบหนึ่ง อย่างที่เราเข้าใจกัน เป็นเรื่องของอารมณ์เพลง คือ เมื่อเราฟังเพลงอะไรก็แล้วแต่ (แม้กระทั้งการฟังพระสวดมนต์) แล้วเกิดอารมณ์รู้สึกผ่อนคลายนั้นแหละ ชิลด์เอาท์
เพลงโฟล์คที่ผมพูดถึง มันจึงเข้าโหมดที่ว่า ได้รับกระแสนิยมทั่วไป ซึ่งมันแตกสำเนียงไปเยอะทีเดียว บางทีก็อิงกับ บลูส์ อย่างที่ จอห์น เมเยอร์, เบน ฮาเปอร์ ทำ รวมทั้ง ศิลปินอย่าง รูฟัส เวนไรน์, เบดลี่ ดรอว์ บอย, เดเมี่ยน ไรน์,
อย่างที่บอกหนังก็มีส่วนไม่น้อยที่จะทำให้เพลงดัง หรือ นิยม โดยเฉพาะศิลปิน 2 รายหลังนี้ที่จะกล่าวถึง
ฝั่งอังกฤษ Badly Drawn Boy หลังจากอัลบั้มแรกคว้ารางวัลทางด้านเพลงไป ก็มาดังเป็นพลุแตกกับอัลบั้มที่สองที่เป็นทั้งสตูดิโออัลบั้ม และ เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง About a boy
ส่วน Damian Rice มาแจ้งเกิดอย่างเป็นทางการกับเพลง "The Blower's Daughter" จากหนังเรื่อง Closer
ทำให้กระแสเพลงโฟล์คได้รับความนิยมอย่างมาก
แต่คนที่ทำให้เพลงแนวนี้ ติดหูก็คือ Jack Johnson เราเรียกเพลงที่เขาเล่นว่า Groove Folk เนื่องจากมันฟังแล้วละมุนหูดี หรือหลายๆ คนเรียก Surf Music แต่ที่เรียกอย่างนี้ไม่ใช่เพราะแนวเพลงอย่างเดียว แต่เพราะที่มา คือ การเล่นเซิร์ฟบอร์ด
อันที่จริงแล้ว Surf Music ถูกเรียกมานานแล้วเกือบ 50 ปี ผู้ที่ให้กำเนิดคำๆ นี้ คือ วง The Beach Boys ที่คอเพลงรุ่นพ่อรู้จักกันดี ก็คล้ายชื่อของวง คือ เป็นเด็กแถวชายหาด เพลงสดใสกลิ่นอายทะเล
พี่แจ็ค แกเป็นเด็กฮาวาย พ่อ พี่ เพื่อน รวมทั้งแก เล่น Surf หมด (กระดานโต้คลื่น) เล่นตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยก พออายุ 17 ก็เข้าแข่งขันเป็นทางการ เรื่องเข้าวงการเพลงคงไม่มีในหัว แต่แกดันบาดเจ็บจากการเล่นเซิรฟ พออยู่ว่างๆ ก็เลยหยิบกีตาร์มาเกาเล่นๆ โดยมี Cat Stevens เป็นแรงบันดาลใจ (ดูเพลงของ Cat ในตอนที่ 1)
จากนั้นก็หยุดไปเรียนหนัง พอจะทำหนังก็คิดว่าต้องมีเพลงประกอบ ก็เลยเล่นมันซะเอง Thicker Than Water คือหนังอินดี้เกี่ยวกับชีวิตเด็กเล่นเซิรฟ หนังก็เด่น เพลงก็ดังแบบฉุดไม่อยู่ ต่อมาเขายังทำหนังอีกเรื่อง คือ The September Sessions
แต่พอ เบน ฮาเปอร์ ชักชวนมาทำเพลงเขาก็ตกลง ปี 2001 ออกอัลบั้มแรก Brushfire Fairytales ชุดที่ 2 ในปี 2003 On and On ความสำเร็จของชุดหลังนี้ ทำให้เขาตั้งค่ายเพลงอินดี้ได้สำเร็จในชื่อ Brushfire Records ผลิตงานแนวๆ นี้ออกมาทั้งของตัวเองและเพื่อนๆ
พออัลบั้มชุดที่ 3 ออกปี 2005 ในชื่อ In Between Dreams นั้นก็ส่งเขาไปอยู่ระดับแถวหน้าเต็มตัว เรียกว่าไม่มีใครไม่รู้จักเพลง “Better Together”
ต่อมาได้ไปทำเพลงประกอบหนังการ์ตูน Curious George อัลบั้มชุดนี้ทำให้เขาได้รางวัลจากเวที Brit Award เพลงในชุดนี้ฟังง่ายสบายหู “Upside Down” เอ่ย ล่าสุดมาปีนี้กับ อัลบั้ม Sleep Through The Static ยังคงเยี่ยมยอดเหมือนเดิม
ชอบคำนี้ค่ะ Chill – Out
คงเป็นความรู้สึกตอนโดนแม่บ่น ฮ่าๆ
เวลาแม่บ่นแล้วสบายใจ รู้สึกถึงความเป็นห่วงดีค่ะ
เอ๊ะๆๆๆๆ ต้องรดน้ำดำหัวพี่ด้วยป่ะเนี่ย
#1 By ^_poomapooma_^ on 2008-04-10 19:31