ผมไม่รู้ว่า คนที่ทำว่าวขาย เขาคาดหวังยอดขายสักเท่าไร ในยุคที่เด็กน้อย และ ผู้ใหญ่ หลายๆ คน กำลังเพลิดเพลิน กับเกมในจอมือถือ และ ก็เหมือนว่า ผมเองไม่เห็นภาพว่าวบนท้องฟ้า นานแล้ว แต่ว่าว หลากสี หลายแบบ ริมสะพานก่อนเข้าตัวเมืองเล็กๆ ที่ ความเจริญกำลังถาโถมเข้ามา และ เข้ามาอย่างรุนแรง แต่ เงียบเชียบนั้น เขาก็ยังนั่งขายว่าว ที่ตรงนั้น อย่าง เงียบๆ ต่อไป

         ไม่นานมานี้ ในยุคที่ ขนมคริสปี้ ครีม กำลังนิยม ประเภทคนแห่แหน ไปเข้าแถวรอกันยาวเป็นกิโล ผมนึกถึงคุณยายคนหนึ่ง ผู้ที่นั่งขายขนมไข่เหี้ย ไม่ไกลมากนักจากถิ่นแถบนั้น บนริมบาทวิถีที่พบเห็นคนเดินผ่านไปมา มากกว่าจะมาสนใจ ขนมแบบนี้ ผมไม่รู้ว่า คุณยาย คิดอะไร และ ผมก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย บนรถประจำทาง ในเมืองแห่งนั้น

         แดดร้อน เกินจะจิบกาแฟร้อนๆ เรานั่งในร่มก็ยังร้อน แต่บน ท้องถนน รถเข็น ก็ยังถูกเข็นไปข้างหน้า  ท่ามกลางแดดร้อนจ้า บนรถเต็มไปด้วยสารพัดไม้กวาด ไม้กวาดแม้จะสูงท่วมหัว แต่ไม่อาจสร้างร่มเงาให้คนที่กำลังผลักรถไปข้างหน้าได้ และ เขาก็ไม่มีทีท่าจะหยุดพักตามร่มเงาไม้ เขาผ่านแยกที่ผู้คนหลายคน ยังนั่งเย็นบนรถยนต์ และรถเย็นส่วนตัว ที่เย็นสบายจากแอร์คอนดิชั่นเนอร์ แต่รถร้อนคันเล็ก ก็ยังไปต่อ ปากร้องตะโกน เชิญชวนให้คนซื้อ

         คนต้องกวาดบ้าน ไม้กวาดสึกหรอในวันไม่นาน แต่ บันไดนี้สิ เรามีความต้องการบันไดโลหะ แบบนี้ ไว้ในบ้านสักกี่อัน อย่างมากก็หนึ่งอัน หรือ ไม่มีเลย เพราะบางทีก็คิดว่า จะมีไปทำไม ในเมื่อนานๆ ที  เราเปลี่ยนหลอดไฟกันสักครั้ง  แถมเราก็สามารถลากโต๊ะมาเพื่อปีนขึ้นไปเปลี่ยนหลอดได้ มะยมข้างบ้าน เราใช้ไม้สอยเอาได้ จะมีสักกี่บ้าน ที่ซื้อบันได ไว้เพื่อใช้งาน
 
 


  photo 11272136_871902142850918_1749868468_n_zpsna7j7ujf.jpg
 
 
 
 
          รถเข็นขายบันได ผ่านหน้าผมไป แดดร้อน ร้อนราวกับว่า โลกนี้กำลังถูกย่างไหม้เกรียม เขาจะร้อนบ้างไหม ผมได้แต่คิด หัวจิตหัวใจ คนประเภทนี้ ทำด้วยอะไร 'ทองคำ' หรือ ถึงไม่กลัวร้อน 

          ในยุคสมัยที่ ขนมมาการอง หากินง่ายกว่า ขนมครก  ผมนึกถึง ขนมครกร้อนๆ จากเตา หอมกรุ่น และ ไม่แพง กล้วยทอด เรายังพอหากินได้ แต่ขนมครก หายไปไหนแล้ว วันเงียบงัน ผ่านไป ขนมไข่เหี้ยของคุณยาย ก็คงหายไป เหมือนขนมครก ที่หายไปนานแล้ว เหลือแต่ขนมฝรั่ง สมัยนิยมที่โก้เก๋แสนแพง

          คนต้องการไม้กวาด เดินเข้าห้างเพื่อหาซื้อไม้กวาด อีกสิบปีข้างหน้า เราอาจไม่ต้องใช้ไม้กวาดแล้ว เครื่องดูดฝุ่นสมัยใหม่ อาจเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ มากกว่า
 
          ส่วนคนที่ต้องการใช้บันได เดินเข้าห้างเย็นๆ ห้างสรรพสินค้า ที่มีชื่อชั้นว่า มืออาชีพเรื่องบ้าน ห้างที่มีแอร์เย็นสบาย  
 
          ทุนนิยม เป็นเรื่องของ การป่าวร้องบอกคนอื่นว่า มาซื้อฉันซิ แล้วคุณจะกลายเป็นคนเท่ ล้ำสมัย แถม เรายังลดแหลกแจกแถม มากกว่าที่อื่นจะให้คุณได้ ที่ๆ เราขายก็แสนจะเย็นสบาย
          ปลาใหญ่ เท่านั้นที่่จะอยู่ได้ ปลาเล็ก เช่น คุณยายคนนั้น รถเข็นคันไหน กำลังถูก กาลเวลา และ ปลาใหญ่ กลืนกิน 

          ใช่ บางทีเราก็เผลอคิดว่า เราอาจจำเป็นต้องใช้บันได แต่เราจะซื้อไปทำไม กับ ลุงที่เข็นรถผ่านหน้าบ้าน แกขายแพง เดียวไม่นานเราก็จะไปเที่ยวห้างแล้ว  

          ขนาดไอติมยี่ห้อนั้น แบบแท่งในห้างขาย 15  คุณป้ายังขาย 18 เลย แบบโคนราคา 25 ก็ขายถึง 28 แต่เราลืมคิดว่า เราได้กินไอติมที่หน้าบ้าน นี้คือ บริการแบบ เดลิเวอรี่ ส่งถึงบ้าน สมมติถ้าเราคิดแบบ จิตเมตตา แบ่งปัน เราก็จะคิดว่า กว่า ป้าไอติม จะขายได้ รถเครื่องลากจูงของแกหมดน้ำมันไปกี่ลิตร เราจะอยากซื้อบันไดจากลุงคนนั้นมากขึ้น มากกว่าจะรอไปซื้อในห้าง

           ในยุคสมัยที่ ขนมมาการอง หากินง่ายกว่า ขนมครก คงจะมีขนมอิมพอร์ตกลายร่างอีกมาก ที่เก๋กว่า และ ขนมรุ่นคุณแม่ก็จะหายไป แม้มันจะถูกกว่า
 
           เราต้องการบันไดหรือเปล่านะ แม้เราจะยังต้องการใช้ไม้กวาดอยู่

           รถเข็นขายบันได ผ่านไปนานแล้ว แดดยังคงร้อนอยู่ เขารู้สึกร้อนบ้างไหม คุณลุงจะขายได้สักอันไหม วันนี้ สมมติถ้าโลกนี้ เป็นเรื่องสั้นแบบ  สัจนิยมมหัศจรรย์ magical realism ฉากสุดท้ายของเรื่องราว เราอาจเห็นตัวละครคนขายบันได กำลังปีนป่ายบันได ไปสู่สรวงสวรรค์ชั้นฟ้า ในท้ายที่สุด

            แต่นี้เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่เรื่อง สมมติ เราจึงยังเห็น มนุษย์อีกมาก มีชีวิต และ สัญจรผ่าน อย่างเงียบๆ ในโลกที่ผู้คนต้องการความเย็นสบาย แต่ เขา และ เธอ เหล่านั้น ไม่ได้ใส่ใจกับความร้อนที่ทนได้ยาก ของพวกเรา ด้วยซ้ำไป 

            เขาคิดอะไรนะ เขาถึง ยังขายอยู่ ผมไม่อยากคิดอะไร เพียงแต่คิดว่า สักวันผมจะซื้อบันได