ลายคนคาดเดาว่า อาจจะมี

 เพลงสำหรับ ฤดูฝนต่อ เอาไว้ก่อนครับ


เมื่อเราฟังเพลงแล้ว ต้องดูหนัง เป็นของคู่กัน

ที่จริงมี หนังจำนวนไม่น้อย ที่ถูกยกย่องว่า

ดีที่สุด

 

 

แต่ทั้งหมดที่รวบรวมมาเป็นความคิดเห็นส่วนตัว

ล้วนๆ ประมวลตาม ที่เคยดู เคยอ่านตามวาระ

โอกาส ทุกเรื่อง ผ่านการประเมิน วิเคราะห์

ตามหลักเกณฑ์ จาก ผู้เชี่ยวชาญ

 

แต่ผมมาสรุปฟันธงให้อยู่ 10 เรื่องดังกล่าว

 

 

กล่าวโดยรวมหนังเหล่านี้ สำหรับคนที่ไม่ใช่คอ

หนัง จริงๆ อาจจะไม่ภิรมย์ชมชื่น แบบเป็นได้

ทั้งหมด หากได้ชม นั้นเพราะขึ้นอยู่กับ ประสบ

การณ์เสพ หนังของ แต่ล่ะบุคคล

 

มันได้รับการยกย่องเพราะมาก่อน และได้สร้าง

ขนบ วิธีการ บางอย่าง เพื่อให้ คนรุ่นหลังได้

เดินตาม ...มาชมกันเลยครับ

 

 

 

1. Citizen Kane (1941) 

 

   

 

 

  ถ้ามีการฟันธงหนังที่ถึงพร้อมด้วย

ศิลปะ ทุกอย่าง เกี่ยวกับโลกภาพยนตร์

 เพียงเรื่องเดียว เรื่องนี้จะ ได้รับโหวตเป็น

เอกฉันท์ทุกครั้ง ว่ากันว่าถ้าใครเรียน หนัง

ต้อง ถูกบังคับให้ดู เรื่องนี้ เพราะเต็มไปด้วย

 ไวยากรณ์ของหนัง ทุกแบบ หนังชีว

ประวัตินักหนังสือพิมพ์ที่สอน สัจธรรมของ

ชีวิต สร้างโดย ออสัน เวลส์ เด็ก อัจฉริยะ

แห่งยุค แล้วคุณจะ รู้ความหมาย ของ

โรสบัด

 

 

 

2.The Battleship Potemkin (1925)

 

 

   

 

 

 ก่อนมาถึงยุคหนังฝรั่งเศสเฟื่องฟูนั้น

รัสเซียเป็นเจ้า มาก่อน นำขบวนด้วยเรื่อง

นี้ หนัง เงียบ ขาว-ดำ ของ เซอร์ไก

ไอเซ็นสไตน์  เล่าเรื่องการลุกฮือของคน

รัสเซีย  ต่อความไม่ยุติธรรม หนังเรื่องนี้

เป็นที่มาของ Soviet Montage Theory

การตัด ต่อด้วยช็อตที่เข้มข้น  รุนแรงจน

เกิดผลกระทบอย่างจัง ส่งอิทธิพล ต่อหนัง

รุ่น ต่อมา เรื่องแล้ว เรื่องเล่า ไม่มีใคร ลืม

ฉาก บันไดโอเดซ่า  อันเลื่องลั่นได้ลง

 

 

 

3. Casablanca (1943)

 

 

 

 

 

นี้คือหนังรักที่ดีที่สุดในโลก บทสนทนา

ที่ คมคาย ความรัก 3 เส้า เพลงประกอบ

สุด ไพเราะ As time goes by การแสดง

ที่ดี ที่สุดของ ฮัมฟรีย์ โบการ์ท,  อินกริด

เบิร์ก แมน จบแบบไม่เอาใจคนดูแต่กลับ

ติดตราตรึง มิรู้คลาย บรรยากาศ รักระหว่าง

รบ รบระหว่างใจ หนังที่ คนคิดจะยึด

อาชีพเขียนบท ต้องดู

 

 

 

4. 2001 a space odyssey (1968)

 

 

 

 

 

 

 

  หนังไซไฟอวกาศ ที่ดีที่สุด

เล่าเรื่องอภิ ปรัชญาที่ ล้ำเกินหยั่ง

เทคนิค สุดพิสดาร ผลงาน ของ

ผู้กำกับอัจฉริยะ สแตนลีย์ คูบริค

ผกก.ที่พูดน้อย ต่อยหนัก สมัยออก

ฉายใหม่ๆ   เหล่า บรรดาฮิบปี้พี้กัญชา

บอกว่า คือหนังของ พวกเขา  

เพราะดูแล้วเมาอย่างยิ่ง สร้างจาก

นิยาย ของนักเขียนเรื่อง แนววิทยา

ศาสตร์ อาเธอร์ ซีคลาร์ค ผู้ที่

กล่าวถึงหนังไว้ว่า " ถ้าพวกคุณ

ดูหนังแล้วรู้เรื่อง แสดงว่าผู้สร้าง

ล้มเหลว ไม่มีใครลืม Jump Cut

ตัดต่อข้ามกาลเวลาซีนนั้นได้ลง

 

 

 

5. Rules of The Game (1939)

 

 

 

 

 

 

เมื่อฉายครั้งแรกในฝรั่งเศสถูกโห่

ขับไล่ นัก วิจารณ์ก็ พูดถึงอย่างเสีย

หาย ในภาวะสงคราม  โลกครั้งที่ 2

กำลังจะระเบิดขึ้น คนทั่วโลกกำลั

สับสน ผกก. ฌอง เรอนัวร์ หยิบ

เอาภาพจำลอง ของชนชั้นที่กลวง

เปล่า มาเล่า แบบไม่มีตัว ละครตัว

ไหนเด่นเกินใคร หนังต่อต้าน

สังคม ที่เล่า แบบตลกร้าย ความ

แปลก ใหม่ทำให้คน ยุคนั้น รับไม่ได้

แต่ความดีถูกพิสูจน์ด้วย กาลเวลา

โปรดติดตาม 5 เรื่องที่เหลือ

 

ในตอนต่อไป.

 


 

 

  

 

 


อันที่จริงแล้ว ผมอยากจะเขียนขยายไปถึง สกา เรกเก้ อะไรพวกนี้ แต่ดูๆ แล้ว มันจะยาวเหยียด

กลายเป็นบล็อก เกี่ยวกับเพลงมากไป ฉะนั้นอันนี้ถือว่า เป็นตอนสุดท้ายของ เพลงคลายร้อนแล้วครับ

ถ้านึกถึงเพลงไทย เกี่ยวกับบรรยากาศร้อนๆ แบบนี้ หลายคนนึกถึง เพลง เที่ยวละไม ของ ศุ บุญเลี้ยง ...

มีเพลงไทยมากมายที่ฟังแล้วหายร้อนแต่ถ้านึกถึงว่ามันควรจะมีความหมายเกี่ยวเนื่องกับบรรยากาศ

ธรรมชาติๆ น่าจะนึกถึง ทีโบน, จ๊อบ บรรจบ, ส้ม อมรา, ลุลา, ไคโจ บราเธอร์ เก่าหน่อย น่าจะเป็น

มะลิลา บราซิลเลี่ยน เป้ สีน้ำ อะไรประมาณนี้

มันกว้างมากเลย .. ถ้าคุณจะฟัง สำหรับผมแล้ว ผมนึกถึงแค่ 2 เพลง ไปเป็นชาวเกาะ กับ ไปทะเลกันดีกว่า ของ

ปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล ผมคิดว่า ในยุคนั้น ประมาณปี 2529 ซึ่งผมจบ ป.6 มาไม่นาน กำลังหัดฟังเพลง

เมื่อย้อนไปดู ซึ่งเต็มไปด้วยศิลปินที่ผลิตงานคุณภาพจริงๆ เยอะมาก แต่หลายคนที่ทัน

ถ้านึกถึงคนที่ผลิตงานล้ำๆ อาจจะนึกถึงอัลบั้ม แดนศิวไลซ์ ของธเนศ วรากุลนุเคราะห์ กับ ธรรมดา..มันเป็นเรื่องธรรมดา

ของ เพชร โอสถานุเคราะห์ ที่คนหลังนั้นกลับมาเป็นขวัญใจเด็กแนว พ.ศ.นี้ อย่างไม่น่าเชื่อ

ผมอยากจะพูดถึงปานศักดิ์ ในสมัยนั้นว่าล้ำยังไง คือ เรียกว่า มาก่อนกาล ก็ว่าได้ หลายคนพอจะนึกถึง

กลุ่มคนคุณภาพที่เรียกตัวเองว่า ไนท์สปอร์ท ซึ่ง ปานศักดิ์ ก็อยู่ในสังกัดนี้ ล้ำยังไง ลองดูมิวสิควีดีโอ 2 เพลงนี้

 

บล็อกนี้ เขียนประวัติ ของ ปานศักดิ์ ไว้ได้ดี http://www.oknation.net/blog/print.php?id=168088




ผมคิดว่า คน พ.ศ.นี้ ก็ต้องอาย ที่ผลิตงาน ประกอบเพลง โครงเรื่องไม่ต่างจากละครน้ำเน่า แต่ดู mv เพลงของ

ปานศักดิ์ เป็นนามธรรม ชั้นเชิงก็ไม่ธรรมดา อัลบั้มของเขา เป็นผลงานเพลงชุดแรกๆ ของไทย ที่ไปอัดเสียงเมืองนอก

รวมเป็นคนแรกๆ ที่ทำ มิวสิควีดีโอประกอบเพลง

ิธีการร้องแบบ ยานคาง แบบ ปานศักดิ์ มีศิลปินมากมายที่ได้รับ อิทธิพลมา ที่ชัดเจน ก็ ธีร์ ไชยเดช คนหนึ่ง

รวมทั้ง คนต่อไปนี้ ที่ผมขอฟันธงว่า ปัจจุบันกาลนี้ ถ้าให้เลือกสักอัลบั้มไปฟังคลายร้อน สำหรับเพลงไทย

ผมขอแนะนำ กับตัน โลมา ครับ

 

ประวัติของ กับตัน โลมา http://music.sanook.com/profile/profile_13916.php

 

ขอจบ หัวข้อนี้แต่เพียงเท่านี้

ขอบคุณที่สนใจแวะมาอ่านมาชม

 



 


 

เพลงคลายร้อน ตอนที่ 3

posted on 16 Apr 2008 21:10 by exchange


ข้างบน คือ บอสซาโนวา เพลงแรกของโลก (ที่มีการบันทึกไว้)

ลายๆ คนเวลานึกถึง บราซิล มักจะนึกถึงนักฟุตบอลเก่งๆ แต่ประเทศนี้ยังมีดีอีกอย่าง คือ ดนตรี คนฟังเพลง
คงต้องนึกถึง
Bossa Nova หรือ จะเรียกว่า Brazilian Jazz ก็ไดเพราะถือกำเนิดขึ้นจากนักดนตรีชาวบราซิล 3 คนคือ

Antonio Carlos Jobim ,Joao Gilberto และ Luiz Bonfa

 

เกิดขึ้นเมื่อปี 1950 เป็นการนำเอา cool jazz ผสมจังหวะเคาะแบบแซมบ้า ซึ่งเล่นโดยกีตาร์คลาสสิคแต่ใช้นิ้วดีดเอา เมื่อมันถือกำเนิดแถวชายทะเล Copacabana และ ipanema ที่เป็นบริเวณชายหาดของ Rio De janeiro ซึ่งนักดนตรีกลุ่มนี้อาศัยอยู่ อีกทั้งเนื้อหาของเพลงที่พูดถึง สิ่งต่างๆ รอบตัว ในแง่บวก พูดถึง ดอกไม้ ชายทะเล

มันจึงได้ชื่อว่า new beat (จังหวะใหม่)ก็คือ Bossa Nova ในภาษาท้องถิ่น

บอสซ่า นั้นเล่นง่ายไม่ซับซ้อน คือ เหมาะที่จะเล่นแถวชายหาด ด้วยกีตาร์ตัวเดียวมากกว่า แต่ถ้าหากขึ้นเวที สถานที่ควรจะใหญ่ขิ้น เครื่องดนตรีที่จะเพิ่มขึ้นคลอเคลียไปกับกีตาร์ ก็จะมีแต่เปียโน หากจะมากไปกว่านั้นก็จะเป็น ออแกน กับ ดับเบิ้ลเบส ซึ่งเล่นแบบเคลียคลอ ไม่ได้เล่นนำ จังหวะจะถูกคุมไว้ด้วย กีตาร์ซึ่งเป็นหัวใจ กับ เครื่องเคาะ

สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ อีกอย่าง คือ นักร้อง ซึ่งต้องมีความสามารถ ที่จะร้องสื่อสารให้ได้อารมณ์แบบการด้นสด (Improvise) เหตุนี้เองทำให้เกิดนักร้องคู่บุญของ Joao Gilberto คือ Astrud Gilberto ผู้เป็นภรรยาของเขาเอง

บอสซ่า เข้ามาดังในอเมริกาในยุค 60 โดย Charlie Byrd นักดนตรีแจ๊ส ที่เกิดติดใจสำเนียงใหม่ที่ได้ค้นพบ ขณะทัวร์บราซิลลยเอามาประยุกต์ทำใหม่กับ Stan Getz มือแซกโซโฟนคู่บุญ กลายเป็นอัลบั้ม Jazz Samba (1962) จากนั้นก็ชักชวน กลุ่มนักดนตรีชาวบราซิลต้นตำหรับมาออกอัลบั้มในอเมริกา Getz/Gilberto (1963) อัลบั้มชุดนี้มีเพลง
The Girl From Ipanema ซึ่งขับร้องโดย แอสทรู้ด ที่ต่อมาได้รางวัลแกรมมี่ในปี 1965 กลายเป็นเพลงอมตะมาจนถึงปัจจุบัน

 

 

ถ้าพูดถึง Jazz หลายๆ คนมักนึกถึง ตีความว่า เป็นดนตรีฟังยาก หรือบางทีฟังแล้วอาจยกระดับตัวเองกลายเป็นผู้มีรสนิยมสูงอะไร ทำนองนั้น กลายเป็นความเข้าใจผิดทั้งเพ เพราะแจ๊สถือกำเนิดจากความทุกข์ยากของ คนผิวสี ผู้เป็นทาส ที่ต้องหาดนตรีมาเป็นเครื่องปลอบประโลมใจ ซึ่งไม่ต้องแปลกใจเมื่อเราเห็นว่า นักร้องเก่งๆ เสียงดีๆ นั้นล้วนเป็น คนดำ

ด้วยอุปสรรคข้างต้นนั้นทำให้ jazz ไม่ว่ารูปแบบไหนกลายเป็นความเหินห่าง สำหรับชนชั้นล่าง และบางทีก็ถูกตีความ ให้เป็นดนตรีที่อยู่บนหิ้ง เคียงคู่กับดนตรีคลาสสิค ไปเฉย

ในยุคเก่านั้นผมอาจจะย้อนไปกล่าวถึงในโอกาสข้างหน้า แต่เอายุค 10 ปีหลังนี้ ต้องขอบคุณ Diana Krall และ Norah Jones ที่ทำให้แจ๊สเผยแพร่ไปในวงกว้างแม้จะเป็นเพียง pop jazz อะไรก็ตามแต่ แต่ก็สามารถทลายกำแพงที่ว่า

มากกว่าที่บ้านเรา เวลาที่ใครนึกถึง jazz ก็ไม่นึกถึงใครอื่นเลย นอกจาก Kenny G

ถ้าเป็น Bossa Nova ในยุคใหม่นี้ เราต้องขอบคุณ Lisa Ono นักดนตรีสาวแดนปลาดิบ ผู้ซึ่งไปเกิดในดินแดนของบอสซ่า อย่างบราซิล และได้นำพาเอาดนตรีแขนงนี้มาสู่ชาวโลกในแบบ ที่เข้าถึงคนส่วนใหญ่ เหมือนกับที่ Jack Johnson ทำเพลงโฟล์คให้ติดหูง่ายๆ (แม้ว่าเธอจะถนัดเอาเพลงคนอื่นมาทำใหม่ก็ตามแต่)

 

 


ครที่สนใจแนวนี้มากกว่านี้ นอกจาก นักดนตรีข้างบน ที่ผมพูดถึงแล้ว ลองๆ สำรวจ โลกไซเบอร์หาดู ข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งไม่ควรพลาดสำหรับ Bossa Nova ดังมีชื่อต่อไปนี้

Sergio Mendes, Nara Leao, Carlos Lyra , Roberto Menescal , Baden Powell, Walter Wanderley,
Vinicius de Moraes, Toquinho, Elis Regina, Joao Bosco, Bebel Gilberto, Caetano Veloso, Djavan
Angel Parra Orrego

Entry ต่อไปผมจะพูดถึงดนตรี คลายร้อนของบ้านเรา ครับ.

ต้องขออภัย Entry คราวนี้ ที่ตัวหนังสือเป็นแบบนี้ จะพยายามให้ดีกว่านี้ในครั้งต่อไปครับ

เพลงคลายร้อน ตอนที่ 2

posted on 10 Apr 2008 18:56 by exchange

มื่อปี 2000 นี้เอง นักฟังเพลงทั่วโลกต้องการที่จะฟังอะไรสบายๆ มากขึ้น จึงเกิดกระแส Chill – Out โดยทั่วไป คนมักติดยี่ห้อซีรีส์ Café del mar ของ โฮเซ่ พาร์ดิลล่าี่เกาะอิบาซ่า สเปน (คล้ายพงันบ้านเรา) เดิมทีเขาเปิดเฉพาะบาร์นี้ แต่เมื่อความนิยมเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็เลยต้องออกอัลบั้ม ที่เขาเปิดแผ่นมิกซ์เองบ้าง บางทีก็เชิญศิลปินแนวทางใกล้เคียงมาร้องให้ กลายเป็นซีรีส์อัลบั้มโด่งดังไปทั่วโลก

แต่ความหมายของ Chill – Out มันไม่ได้หมายถึงแนวเพลงแบบใด แบบหนึ่ง อย่างที่เราเข้าใจกัน เป็นเรื่องของอารมณ์เพลง คือ เมื่อเราฟังเพลงอะไรก็แล้วแต่ (แม้กระทั้งการฟังพระสวดมนต์) แล้วเกิดอารมณ์รู้สึกผ่อนคลายนั้นแหละ ชิลด์เอาท์

เพลงโฟล์คที่ผมพูดถึง มันจึงเข้าโหมดที่ว่า ได้รับกระแสนิยมทั่วไป ซึ่งมันแตกสำเนียงไปเยอะทีเดียว บางทีก็อิงกับ บลูส์ อย่างที่ จอห์น เมเยอร์, เบน ฮาเปอร์ ทำ รวมทั้ง ศิลปินอย่าง รูฟัส เวนไรน์, เบดลี่ ดรอว์ บอย, เดเมี่ยน ไรน์,

อย่างที่บอกหนังก็มีส่วนไม่น้อยที่จะทำให้เพลงดัง หรือ นิยม โดยเฉพาะศิลปิน 2 รายหลังนี้ที่จะกล่าวถึง

ฝั่งอังกฤษ Badly Drawn Boy หลังจากอัลบั้มแรกคว้ารางวัลทางด้านเพลงไป ก็มาดังเป็นพลุแตกกับอัลบั้มที่สองที่เป็นทั้งสตูดิโออัลบั้ม และ เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง About a boy

 

ส่วน Damian Rice มาแจ้งเกิดอย่างเป็นทางการกับเพลง "The Blower's Daughter" จากหนังเรื่อง Closer

ทำให้กระแสเพลงโฟล์คได้รับความนิยมอย่างมาก

ต่คนที่ทำให้เพลงแนวนี้ ติดหูก็คือ Jack Johnson เราเรียกเพลงที่เขาเล่นว่า Groove Folk เนื่องจากมันฟังแล้วละมุนหูดี หรือหลายๆ คนเรียก Surf Music แต่ที่เรียกอย่างนี้ไม่ใช่เพราะแนวเพลงอย่างเดียว แต่เพราะที่มา คือ การเล่นเซิร์ฟบอร์ด

อันที่จริงแล้ว Surf Music ถูกเรียกมานานแล้วเกือบ 50 ปี ผู้ที่ให้กำเนิดคำๆ นี้ คือ วง The Beach Boys ที่คอเพลงรุ่นพ่อรู้จักกันดี ก็คล้ายชื่อของวง คือ เป็นเด็กแถวชายหาด เพลงสดใสกลิ่นอายทะเล

 

พี่แจ็ค แกเป็นเด็กฮาวาย พ่อ พี่ เพื่อน รวมทั้งแก เล่น Surf หมด (กระดานโต้คลื่น) เล่นตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยก พออายุ 17 ก็เข้าแข่งขันเป็นทางการ เรื่องเข้าวงการเพลงคงไม่มีในหัว แต่แกดันบาดเจ็บจากการเล่นเซิรฟ พออยู่ว่างๆ ก็เลยหยิบกีตาร์มาเกาเล่นๆ โดยมี Cat Stevens เป็นแรงบันดาลใจ (ดูเพลงของ Cat ในตอนที่ 1)

จากนั้นก็หยุดไปเรียนหนัง พอจะทำหนังก็คิดว่าต้องมีเพลงประกอบ ก็เลยเล่นมันซะเอง Thicker Than Water คือหนังอินดี้เกี่ยวกับชีวิตเด็กเล่นเซิรฟ หนังก็เด่น เพลงก็ดังแบบฉุดไม่อยู่ ต่อมาเขายังทำหนังอีกเรื่อง คือ The September Sessions

แต่พอ เบน ฮาเปอร์ ชักชวนมาทำเพลงเขาก็ตกลง ปี 2001 ออกอัลบั้มแรก Brushfire Fairytales ชุดที่ 2 ในปี 2003 On and On ความสำเร็จของชุดหลังนี้ ทำให้เขาตั้งค่ายเพลงอินดี้ได้สำเร็จในชื่อ Brushfire Records ผลิตงานแนวๆ นี้ออกมาทั้งของตัวเองและเพื่อนๆ

พออัลบั้มชุดที่ 3 ออกปี 2005 ในชื่อ In Between Dreams นั้นก็ส่งเขาไปอยู่ระดับแถวหน้าเต็มตัว เรียกว่าไม่มีใครไม่รู้จักเพลง “Better Together”

ต่อมาได้ไปทำเพลงประกอบหนังการ์ตูน Curious George อัลบั้มชุดนี้ทำให้เขาได้รางวัลจากเวทBrit Award เพลงในชุดนี้ฟังง่ายสบายหู “Upside Down” เอ่ย ล่าสุดมาปีนี้กับ อัลบั้ม Sleep Through The Static ยังคงเยี่ยมยอดเหมือนเดิม

 

อนต่อไปจะพูดถึง เพลงคลายร้อนอีกแนว คือ Bossa Nova ครับ




เพลงคลายร้อน ตอนที่ 1

posted on 03 Apr 2008 19:40 by exchange

 

ข้าสู่เดือนเมษา เป็นอันว่า หน้าร้อน อย่างเป็นทางการแล้ว หลายคนนึกถึงชายทะเล แต่ว่า ถ้าใครไม่มีเวลาปลีกวิเวก รับลมเย็นๆ (+ร้อน) ที่หาดทรายสวยๆ ที่ไหนสักแห่ง

นอกจากหยิบ แป้งเย็นมาโรยตัวแล้ว เพียงแค่หยิบ อัลบั้มเพลง เพราะๆ มาฟัง น่าจะบรรเทา ความร้อนได้แล้ว เพราะลำพังแค่ พัดลม คงเอาไม่อยู่

เพลงแบบไหนล่ะ ที่เราควรหยิบมาฟัง ก็เพลงที่ฟังสบายๆ ไง หลายคนนึกถึงแนว Easy Listening นั้นมันครอบคลุม ไปถึงเพลงบรรเลงแบบผู้ใหญ่ไปหน่อย

2 – 3 ปีที่ผ่านมา นอกจากดนตรีย้อนยุค (70) จะกลับมาใหม่ในแนวทางของร็อคแบบ Garage Rock (ก็ไอ้วงที่มันนำหน้าด้วยคำว่า The โน้น The นี้ ทั้งหลายนี้แหละ)

ยังมีอีกแนว คือ Folk ซึ่งหมายถึง ดนตรีพื้นบ้านที่เรียบง่าย บรรเลงด้วยเครื่องดนตรี น้อยชิ้น ยืนพื้นที่ Guitar Folk เป็นหลัก นักวิจารณ์นิยามว่า Neo Folk หรือ Post Folk ถ้ายุคเก่า หลายคนนึกถึง

 

Bob Dylan ผู้นำเพลงแนวๆ นี้ มาใช้เป็นปากเสียงของยุคสมัยของบุปผาชน (60 70)

 

หรืออีกคนคือ Cat Stevens

 



แต่ผมจะพูดถึง คือ โฟลค์สมัยใหม่ ครับ การมาถึงของ Jack Johnson และเพื่อนๆ นั้นก็มีส่วนอย่างมาก เขาทำดนตรี โฟลค์ให้ติดหูให้มัน Pop ใครฟังก็ชอบ

แนวเพลงนั้นหมุนวงเป็นวัฎจักร คล้ายๆ แฟชั่นเสื้อผ้า คือ เมื่อเราทดลอง ล้ำ ทุกอย่างแล้ว จะโหยหาความดิบๆ เดิม ของเก่า ที่เคยดีอยู่แล้ว

กระแส Retro ถึงมาแรงในทุกวงการ (เสื้อผ้า และ Honda Fino เป็นตัวอย่าง) มากใน 2 3 ปีที่ผ่านมา

คอเพลงอาจจะนึกถึงวงอย่าง Travis ที่ยืนพื้นทำเพลงเน้นเรียบง่ายใสสบาย นอกจากนั้นคุณคงต้องฟัง

 

King Of Convenience จากสวีเดน

 

 

 

รวมทั้งวงนี้ Belle & Sebastian ที่ศิลปินไทยได้รับอิทธิพล มาอย่างน้อยก็ Armchair วงหนึ่ง

 

ต่ถ้าพูดถึงคุณูปการในวงกว้างต้องไม่ลืม Elliott smith ผู้ล่วงลับไปแล้วคนนี้ ในยุค 90 ที่ผ่านมา ถ้าจะนึกถึงใครคนหนึ่งที่โดดเด่นในแนวนี้ ต้องเป็นเขา

 

 



อนต่อไปผมจะพูดถึงที่มาของ Surf Music เท่ห์ๆ ของ Jack Johnson และพ้องเพื่อนรวมทั้งจะยืนยัน และ ย้อนให้ดูว่า ทำไม Acoustic Folk ถึงยัง in สมอ

เรื่องที่พิสูจน์ง่ายๆ ก็คือการที่เพลงโฟลค์สบายๆ อย่าง Falling Slowly ของ The Frames เพลงนำจากหนังเรื่อง Once สามารถชนะเพลงซับซ้อนๆ ในเวทีออสการ์

ที่ผ่านมา ได้อย่างโดดเด่น นั้นเอง.